"กำนันนก" ยังเป็นกรรมการ บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และจำหน่ายยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต และ บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยทั้้ง 2 บริษัทดังกล่าว พบว่า "กำนันนก" เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มูลค่ากว่า 86.9 ล้านบาท
เมื่อตรวจสอบรายได้ "บริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ จำกัด" ย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2565 กว่า 1,500 ล้าน แต่ทั้งหมดนี้ เมื่อหักลบกลบหนี้ แจ้งมีกำไรสุทธิต่อปี ตั้งแต่ 2-7 ล้านบาท
ส่วน "บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด" มีรายได้ตั้งแต่ปี 2561-2565 กว่า 800 ล้านบาท แต่หักลบกลบหนี้แล้ว จะเหลือกำไรตั้งแต่ 2-11 ล้านบาท
เปิดคำร้องฝากขัง "กำนันนก" ทำตัวเป็นผู้อิทธิพล
ทั้งนี้ ท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นกำนัน ต.ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม มานานประมาณ 9 ปี ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปกครองมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดและมีอำนาจสืบสวนเฉพาะในเขตพื้นที่ของตน แต่กลับกระทำคน เป็นผู้มีอิทธิพลมีความสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายพื้นที่
สามารถโน้มน้าวชักชวนให้ข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่และระดับ ต่าง ๆ รวมถึงข้าราชการอื่นมาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ ในโอกาสต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างบารมีของตน ซึ่งบางนายอยู่ในที่เกิดเหตุและ เห็นเหตุการณ์ อีกทั้งสนิทสนมกับนักการเมืองท้องถิ่นและนักการเมืองระดับชาติ
มีการใช้อำนาจบารมีขอให้ผู้ตายย้ายข้าราชการ ตำรวจที่ตนรู้จัก เมื่อไม่ได้รับการตอบสนอง จึงมีพฤติกรรมอุกอาจใช้ให้ผู้อื่นยิงผู้ตายซึ่งเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหลายนาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ภายหลังเกิดเหตุยังได้มีการสั่งให้ทำลายพยานหลักฐาน โดยการล้างคราบเลือด เก็บปลอกกระสุนปืน ถอดเสิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดและหลบหนีไป
ประกอบกับเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึงประหารชีวิต และพนักงานสอบสวนจำต้องทำการสอบสวนสอบพยานที่ไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหลายปาก หากมีการปล่อยตัวชั่วคราวเกรงว่า จะเป็นอุปสรรคหรือเกิดความเสียหายต่อการ สอบสวนผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงหรือข่มขู่พยานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. เมื่อครบเวลาทำการศาล ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายปวีณ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้นำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯ