จากการสอบสวนนายทักษิณให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนเคยถูกจำคุกในคดียาเสพติด เมื่อประมาณปี 2550 ,ปี 2559 ,ปี 2562 และคดีพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และในคดีนี้ เมื่อประมาณปี 2565 ได้มีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งได้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง จนได้ลงมือทำร้ายร่างกายเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าว
โดยการเตะไปที่ใบหน้าของผู้เสียหายเป็นจำนวนหนึ่งครั้ง จากนั้นก็ได้กระทืบซ้ำไปจำนวนหลายครั้ง ทำให้ผู้เสียหายล้มลงและสลบไป ซึ่งหลังจากก่อเหตุก็ติดต่อขอเคลียร์กับคู่กรณีหลายครั้ง แต่ตกลงไม่ได้ จึงหลบหนีโดยยืนยันว่าที่ทำไปไม่ได้เกี่ยวกับแก๊งเงินกู้ หรือการทวงหนี้ และที่หลบหนีไม่ยอมเจ้าหน้าที่แต่โดยดี เพราะคิดว่าเป็นเด็กช่าง
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของคนร้ายรายนี้ ผู้ต้องหามีประวัติต้องคดียาเสพติด และพกอาวุธปืนไปที่สาธารณะ การลงมือก่อเหตุมีลักษณะของจิตใจที่อำมหิต และจากการสืบสวนยังพบพฤติกรรมทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล เก็บเงินกู้ ซ่องสุมกำลัง ใช้ความรุนแรง หลังจากนี้จะมีการขยายผลไปถึงเครือข่ายเงินกู้เถื่อนพวกนี้จนถึงที่สุด
"ขอเตือนผู้ที่คิดจะทำธุรกิจสีเทาในลักษณะนี้ว่า จะผู้มีอิธิพลใดๆ ผมไม่กลัว ตามนโบบาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.” ผบก.สส.บช.น. ระบุ