สำหรับการประเมินมูลค่าความเสียหายของกลางที่ตรวจยึดได้ หากสามารถส่งออกไปยังประเทศที่ 3 ราคาจะสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เบื้องต้น ปัจจุบัน ราคาในตลาดมืดอยู่ที่กิโลกรัมละ 40,000 บาท โดยเกล็ดตัวลิ่นเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย เป็นสัตว์ป่าในบัญชีที่ 1 ตามอนุสัญญาไซเตส ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 80 ที่ลงนามรับรองในอนุสัญญานี้
ทั้งนี้ ข้อมูลตามสภาพแวดล้อมพบว่า ตัวลิ่นหรือตัวนิ่มพันธุ์มลายู เป็นสัตว์ป่าในบัญชีหมายเลข 1 ที่ประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวคือ ห้ามส่งออก นำเข้าหรือครอบครอง เว้นแต่เป็นกรณีของการศึกษาวิจัย
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ว่าเกล็ดตัวนิ่มที่พบน่าจะถูกฆ่าเพื่อให้ได้เกล็ดในล็อตนี้ประมาณ 3,000-4,000 ตัว โดยเกล็ดลิ่น 1 กิโลกรัม จะเท่ากับลิ่มตัวโตเต็มวัย 3 ตัว เพื่อนำเอาเนื้อไปเป็นส่วนประกอบของอาหาร และไปเป็นส่วนประกอบหนึ่งของยาอายุวัฒนะและยาโด๊ป ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มประเทศมหาอำนาจ ย่านเอเชีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้จากข้อมูลของกรมอุทยาน พบว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 การขนส่ง และความต้องการตัวลิ่นลดน้อยลง แต่ปัจจุบันมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น จึงเกิดการลักลอบขนส่งล็อตใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการลักลอบขนส่งแบบยังมีชีวิตหรือการชำแหละเอาเนื้อ หรือเกล็ดเพียงอย่างเดียว