สำหรับพฤติการณ์แห่งคดี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ส่งเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษถึง ผบ.ตร.กรณีตรวจสอบแพลตฟอร์มที่กระทำผิดกฎหมายทางออนไลน์ โดย ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติ และได้มอบหมายให้ บก.ปคบ.ทําการสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิดตามเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าว
โดย ผบก.ปคบ.ได้สั่งการให้ กก.1 บก.ปคบ.ทำการสืบสวนตรวจสอบ จากการสืบสวนตรวจสอบพบแพลตฟอร์มชื่อ “กองสลากไทพลัส.com” มีพฤติกรรมเสนอขาย หรือขายสลากโดยการทำรูปภาพขึ้นมาให้ มีลักษณะคล้ายกับสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่)ที่ออกโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แล้วนำภาพดังกล่าว แสดงบนแพลตฟอร์ม กองสลากไทพลัส.com
และแพลตฟอร์มทั้ง 14 เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปให้สามารถเข้าถึงได้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อขายสลากที่ตนจัดทำขึ้นมาเอง เช่นเดียวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดทำ และเป็นผู้รับอนุญาตแต่เพียงหน่วยงานเดียว และได้ขายหรือเสนอขายให้กับบุคคลทั่วไปเช่นกัน
โดยนำภาพสลากฯ หมายเลขต่างๆ ที่มีการแสกนบันทึกเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มาเสนอขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้ตัวแทนนายหน้าหรือบุคคลต่างๆ เป็นผู้โฆษณาหาลูกค้า เมื่อซื้อสลากฯ แล้ว แพลตฟอร์ม กองสลากไทพลัส.com มิได้ส่งมอบสลากให้ลูกค้าแต่อย่างใด
ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อสลากกินแบ่งในแพลตฟอร์ม กองสลากไทพลัส.com และเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง พบการโอน รับโอนหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มา ในความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนัน ตามกฎหมายว่าด้วยการพนันอันเชื่อมโยงกับผู้กระทำผิดและมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายข้างต้นได้กระทำความผิดจริง ตามข้อกล่าวหา
จากนั้น พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ต่อมา วันที่ 7 สิงหาคม ตำรวจ กก.1บก.ปคบ. สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดตามหมายจับ พร้อมยึดเงินสดที่ได้จากการกระทำความผิด นอกจากนี้ยังได้ขยายผลนำหมายค้นจากศาลเข้าตรวจค้น 7 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ 6 จุด และ จ.กาฬสินธุ์ 1 จุด หลังสืบทราบว่าเป็นสถานที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม และยังพบกลุ่มผู้ต้องหาถอนเงินจากบัญชี 10,700 ครั้ง จำนวนกว่า 370 ล้านบาท
ด้านนายทวีป กล่าวว่า กองสลากมีการตรวจสอบแพลตฟอร์มเว็บไซต์ดังกล่าวพบว่า เปิดดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ก.ค.65 โดยมีพฤติกรรมสร้างสลากล็อตเตอรรี่ขึ้นมาเองทั้งหมด และโพสต์ในแพลตฟอร์มจำหน่ายให้กับประชาชน ถ้าประชาชนถูกรางวัลเล็กในวงเงินไม่มาก ก็จะมีการจ่ายตามปกติ แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีคนถูกรางวัลใหญ่ จึงยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ดังนั้นทางกองสลากจึงได้ร่วมกับตำรวจในการสืบสวนเรื่อยมาจนพบความผิด
ขณะที่ พ.ต.อ.ไกรวิศท์ กล่าวว่า ผู้ต้องหา 5 รายที่จับกุมได้จะมี 3 คน (ม้าแถวแรก) ทำหน้าที่กดเงินออกจากATM โดยรับผิดชอบถือบัตรเอทีเอ็มคนละ 10 ใบ ตระเวนกดเงินก่อนที่จะส่งมอบให้กับผู้ต้องหารายที่ 4 ซึ่งเป็นม้าแถว 2 จากนั้นก็จะนำเงินส่งต่อให้รายที่ 5 ซึ่งจะนำเงินส่งต่อให้หัวหน้าทีม โดยรวมระยะเวลาตั้งแต่ ก.ค.65-ก.ค.66 พบการถอนเงินจากบัญชีบางส่วนจาก 225 บัญชี กว่า 10,700 ครั้ง รวมเงิน 370 ล้านบาท ซึ่งหากตรวจสอบครบทุกบัญชีจะมีเงินไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท
ขณะที่ พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า จากนี้จะมีการประสานกับกระทรวงดิจิตอลและเศรษฐกิจสังคมฯ เพื่อปิดเว็บไซต์ดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน เนื่องจากมีหลายหน่วยงานทั้งตำรวจ กระทรวงดีอีเอส และศาล พร้อมเร่งขยายผลหาแหล่งที่มาของเซิร์ฟเวอร์ และตัวการใหญ่ต่อไป
สำหรับแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ที่กระทำผิด 14 เว็บไซต์
1.กองสลากไทพลัส
2.สลากไทพลัส
3.heng80
4.กองสลากไท
5.สลากไท
6.กองสลากใหม่
7.บ้านสลากไท
8.สลากไททรัพย์
9.สลากไทบ้าน
10.พร้อมรวย
11.สลากดี
12.สลากรวย
13.สลาก
14.สลากนะ
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากความห่วงใยมายังประชาชนในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล (ลอตเตอรี่) นั้น จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ซื้อกับตัวแทนที่มีการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งได้รับอนุญาตแต่เพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น มีสถานที่ตั้งจำหน่าย หรือตัวแทนจำหน่ายหรือทางแอปเป๋าตังค์เท่านั้น
ส่วนแพลตฟอร์มอื่นทางสื่อออนไลน์(สลากกินแบ่งหรือลอตเตอรี่เงา)เป็นการหลอกลวงขายและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งหากท่านถูกรางวัลอาจไม่ได้รับเงินเพราะไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มดังกล่าว