ขณะเดียวกันยังพบตรวจสอบพบว่า หนึ่งในผู้ต้องหาชาวจีน ยังมีการแจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่อำเภอ เพื่อให้บุตรได้สัญชาติไทย ได้แจ้งข้อกล่าวหา “แจ้งความเท็จ” เพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหา
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีกลุ่มทุนชาวจีนได้เข้ามาเช่าวัด พร้อมทั้งตกแต่งวัดให้ดูสวยงาม โดยมีการจ่ายค่าเช่าให้วัด แล้วนำคนไทยเข้ามาขายวัตถุมงคลภายในวัด ถือเป็นการแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันจากการจำหน่ายพระเครื่องปลอมที่ไม่ผ่านการปลุกเสกนำมาหลอกขายในมูลค่าสูง และรับความนิยมในหมู่ชาวจีน โดยมีต้นทุนเพียงองค์ละ 400 บาท แต่ให้เช่าในราคาสูงถึงองค์ละ 20,000 บาท ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับความเสียหาย ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวเปรียบได้กับทัวร์ศูนย์เหรียญที่กลับเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่ไทยเปิดการท่องเที่ยวในประเทศ
นอกจากนี้ ยังพบว่าขบวนบวนการดังกล่าว ได้นำเครื่องรูดบัตรที่สามารถโอนเงินไปยังประเทศจีนได้ในทันที ที่มีการซื้อขาย โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณาการกับสำนักงานพระพุทธศาสนา และ ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายนี้ โดยเฉพาะเจ้าอาวาสเขาชีจรรย์ และเครือญาติทั้งหมด
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันตรวจสอบวัดที่เข้าข่ายการกระทำความผิดลักษณะดังกล่าว ในจังหวัดชลบุรีทั้งหมด 14 แห่ง โดยพบว่ามี 4 วัดที่พบว่า มีการจำหน่ายวัตถุมงคล แต่เป็นการจำหน่ายโดยทางวัดเอง ไม่เกี่ยวข้องกับนายทุนชาวจีน ส่วนอีก 10 วัดไม่พบว่ามีการจำหน่ายวัตถุมงคลแต่อย่างใด