ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยแนวทางการค้นหากู้ร่างผู้ที่อาจติดค้างอยู่ใต้โครงสร้างที่พังถล่มลงมาว่า หลังประเมินความปลอดภัยของตัวโครงสร้างแล้ว เจ้าหน้าที่จะแบ่งชุดทำงานเป็น 4 ชุด ไปค้นหา และตัดเหล็กและคานปูนออกเป็นท่อน ก่อนจะใช้รถเครนขนาดใหญ่ 2 คันยกคานปูน เพื่อค้นหาว่ามีผู้ใดติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังหรือไม่ โดยหากไม่พบผู้ติดค้างแล้ว ก็จะนำรถเครนขนาดใหญ่เข้าเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด คาดจะใช้เวลาคืนนี้ทั้งคืนต่อเนื่องไปจนถึงวันนี้( 11 ก.ค.) จึงประชาสัมพันธ์ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนหลวงแพ่งโดยรอบจุดเกิดเหตุ
“ทุกขั้นตอนต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะความเสียหายค่อนข้างรุนแรง มีเสาหัก และโครงสร้างที่ไม่เสถียร โดยตัวโครงสร้างชั่วคราวสีฟ้าหรือตัว Launcher ที่จะทำหน้าที่พยุงชิ้นส่วนคานสะพานมาร้อยต่อกัน หากมีการขยับด้านล่าง ก็อาจทำให้โครงสร้างสีฟ้าดังกล่าวถล่มหรือร่วงซ้ำได้”
นายชัชชาติ ระบุอีกว่า หากประชาชนท่านใดคิดว่าญาติของตนอาจสูญหายไปในเหตุการณ์ดังกล่าว ขอให้แจ้งได้ที่สายด่วน 199 ได้ทันที และเจ้าหน้าที่ได้ตั้งศูนย์ดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่วัดพลมานีย์ พร้อมยืนยันเรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ เพราะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นระหว่างการติดตั้ง เพราะตามหลักการก่อสร้างไม่ควรจะถล่มลงมาเช่นนี้ ทั้งนี้อาจต้องปิดพื้นที่และการจราจรโดยรอบจุดเกิดเหตุนานถึง 3-4 วันเพื่อเคลียร์พื้นที่