เนชั่นทีวี

ข่าว

ครอบครัวขอสู้ต่อ ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 มือบึ้ม ป่วนกลางกรุงปี 62

05 ก.ค. 2566 | ratchata

ครอบครัวขอสู้ต่อ ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 มือบึ้ม ป่วนกลางกรุงปี 62

ครอบครัว 3 มือบึ้มป่วนกรุงหลายจุด ปี 2562 ประกาศของสู้ต่อ หลังศาลอาญาพิพากษา จำคุกตลอดชีวิต ทนายจำเลยเปิดข้อมูลพบความไม่ปกติของการดำเนินคดีง

ครอบครัวขอสู้ต่อ ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 มือบึ้ม ป่วนกลางกรุงปี 62
5 กรกฎาคม 2566 จากกรณี ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก สั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 หนุ่มชายแดนใต้ ลอบวางระเบิดป่วนกรุงหลายจุด เมื่อปี 2562 แต่ศาลปรานีลดโทษ จำเลยที่ 1 - 2 เหลือ จำคุก 39 ปีเศษ ส่วนจำเลยที่ 3 มือจัดหาระเบิดและลอบวางเอง เหลือ 164 ปีเศษ แต่ตามกฎหมายจำคุกจริง 50 ปี โดยเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ ห้องพิจารณาคดี 814 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีลอบวางระเบิดคดีดำ อ.2913/2562 

ทั้งนี้ พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายลูไอ แซแง อายุ 27 ปี นายวิลดัน มะหา อายุ 33 ปี และนายมูฮัมหมัดอิลฮัม หรือแบลี สะอิ อายุ 31 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับ ในความผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้ายฯอั้งยี่ซ่องโจร, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ,ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลได้รับบาดเจ็บสาหัส ทรัพย์สินผู้อื่นหรือโรงเรือน ร่วมกันทำไว้ มีไว้ ซึ่งวัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 135/1, 209, 210, 221, 222, 224, 288, 289, 371 และฯ 

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า ระหว่างวันที่ 13 ก.ค.2562 ถึง 2 ส.ค.2562 ต่อเนื่องกันจำเลยกับพวกอีก 18 คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกัน แยกย้าย แบ่งหน้าที่กันทำนำวัตถุระเบิดชนิดแสวงเครื่องที่ผลิตขึ้นเองใส่ไว้ในภาชนะกระป๋องมันฝรั่ง กล่องผลไม้มีโลหะลูกปราย หรือลูกเหล็กกลมทำเป็นสะเก็ดระเบิดไปวางไว้ตามสถานที่ราชการ อาทิ หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ริมทางเดินเท้า ถนนพระรามที่ 1 ,หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และนำไปที่บริเวณหน้าอาคารบี รัฐประศาสนภักดี และบริเวณหน้ารั้ว อาคารกองบัญชาการกองทัพไทย ภายในศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครอบครัวขอสู้ต่อ ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 มือบึ้ม ป่วนกลางกรุงปี 62

ต่อมาวันที่ 13 ส.ค.2562 เจ้าพนักงานติดตามจำกุมตัวจำเลยที่ 1-2 ได้ พร้อมยึดของกลาง 39 รายการ ส่วนจำเลยที่ 3 ถูกจับกุมตัวได้วันที่ 2 ก.ย.2562 เหตุเกิดแขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ และที่อื่นเกี่ยวพันกันจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ และถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

ศาลให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาฟังคำพิพากษา ขณะที่ทนายความและญาติจำเลยประมาณ 20 คน เดินทางมาศาล ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานต่างๆแล้ว ในส่วนของจำเลยที่ 1-2 รับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองได้เคยเดินทางไปประเทศมาเลเซียเพื่อประชุมและวางแผนกับจำเลยที่ 3 และพวก ถึงขั้นตอนตระเตรียมการต่างๆ โดยก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ขับรถมาดูลาดที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่วนจำเลยที่ 1 - 2 เดินทางมาที่หน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจำเลยที่ 1 ได้นำระเบิดแสดงเครื่องบรรจุในกระป๋องมันฝรั่ง และกล่องน้ำผลไม้ จำเลย 2 ชุดมาวางบริเวณดังกล่าว โดยมีจำเลยที่ 2 คอยดูอยู่ห่างๆ ระหว่างนั้นมีแม่ค้ารถเข็นขายไส้กรอกผ่านมา เห็นผิดสังเกตจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่หน้าประตูทางเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นจึงแจ้งผู้บังคับบัญชาให้ทราบ และประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) มาเก็บกู้วัตุระเบิดได้ทัน
ครอบครัวขอสู้ต่อ ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 มือบึ้ม ป่วนกลางกรุงปี 62
จำเลยที่ 1 และ 2 เมื่อก่อเหตุแล้วพากันเดินไปยังห้องน้ำชั้น G ห้างสยามพารากอน แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แล้วจึงขึ้นรถแท็กซี่ไปยังสถานีขนส่งหมอชิตใหม่เพื่อซื้อตั๋วรถทัวร์ไปยังอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อหลบหนี ซึ่งคำเบิกความของแม่ค้ารถเข็นขายไส้กรอก และพนักงานขายตั๋วรถทัวร์สามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้ ประกอบกับภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวและใบหน้าจำเลยทั้งสองได้ 
 

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-2 มีความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อั้งยี่ซ่องโจร และร่วมกันใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งเป็นบทหนักสุด พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1-2 ตลอดชีวิต คำให้การในชั้นซักถามของเจ้าพนักงาน อำนาจตามพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) พ.ศ.2548 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก จำเลยที่ 1-2 คนละ 39 ปี 16 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 3 รับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ร่วมเป็นตัวการในการกระทำผิดโดยร่วมประชุมวางแผนกับจำเลยที่ 1-2 และพวกที่ประเทศมาเลเซียและจัดหาวัตถุระเบิดแสดงเครื่องให้จำเลยที่ 1-2 เพื่อก่อเหตุวางระเบิด นอกจากนี้จำเลยที่ 3 ยังลักลอบนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บริเวณหน้าอาคารมหานคร และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี จนเกิดเหตุระเบิดมีผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย
ครอบครัวขอสู้ต่อ ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 มือบึ้ม ป่วนกลางกรุงปี 62
นอกจากนี้จำเลยที่ 3 ยังมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ลอบวางระเบิด ที่หน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม, หน้ารั้ว กองบัญชาการกองทัพไทย , อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พิพากษาความ จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อั้งยี่ซ่องโจร และร่วมกันใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 3 รวม 164 ปี 72 เดือน 240 วัน แต่ความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปี ขึ้นไป แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี ดังนั้นให้จำคุกจำเลยที่ 3 เป็นเวลา 50 ปี ริบของกลาง

ภายหลัง นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ ทีมทนายความจำเลย เปิดเผยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสามคน แต่ก็ถือว่าเป็นโทษที่ไม่สูงมากจนเกินไป สำหรับหรับคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ซึ่งทนายเราได้ต่อสู้ว่าบุคคลตามภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหวกล้องวงจรปิด ไม่ใช่จำเลยในคดีนี้ แต่ศาลไม่ได้รับฟัง หลังจากนี้ก็จะศึกษาคำวินิจฉัยของศาลเพื่ออุทธรณ์คดีต่อไป

น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ทนายของจำเลย เปิดเผยข้อมูลและตั้งข้อสังเกตุว่า สิ่งที่เขาเจอในความไม่ปกติของการดำเนินการต่อจำเลยทั้งสามนั้น มีหลายข้อด้วยกัน ดังนี้

  • 1.จำเลยไม่ได้ถูกนำตัวมาดำเนินคดี ณ สถานีตำรวจของพื้นที่เกิดเหตุ(กรุงเทพมหานคร) แต่กลับนำตัวไปสืบสวนสอบสวนที่จังหวัดชายแดนใต้ที่มีกฎหมายพิเศษทั้งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก ที่สามารถป้องกันการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ และควบคุมผู้ต้องหาได้ถึง 7 วัน โดยไม่ต้องมีหมายศาล
  • 2.จำเลยถูกกุมขังในสภาพที่ไม่มีทนาย คนใกล้ชิดจากครอบครัวหรือคนที่สามารถไว้วางใจได้ขณะถูกสอบสวนและบันทึกปากคำรับสารภาพ
  • 3.การทำบันทึกปากคำรับสารภาพจากวีดีโอของเจ้าหน้าที่เป็นเพียงแค่ลักษณะอ่านให้ฟังโดยให้จำเลยพยักหน้าหรือยกมือหากมีส่วนไหนที่ต้องการค้านกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งการบันทึกปากคำโดยปกติคือการซักแบบถามตอบ พรเพ็ญเลยตั้งข้อสังเกตุว่า นี่เป็นผลมาจากการรับสารภาพกันก่อนแล้วใช่หรือไม่ แล้วนำตัวมาบันทึกวิดีโอ
  • 4.ปรากฎบันทึกจากใบรับรองแพทย์ของจำเลยที่สาม ว่ามีแผลขนาดใหญ่ขณะถูกควบคุมตัวอยู่ในค่ายทหาร และยังให้ความเห็นว่า กระบวนการได้มาซึ่งพยาน หลักฐานและคำรับสารภาพนั้น เกิดขึ้นภายใต้การใช้ความรุนแรง หรือที่เราเรียกกันว่าซ้อมทรมาน 

คดีนี้ น่าเสียดายที่จำเลยทั้งสามไม่ได้เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ป้องการและปราบการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายที่ประกาศใช้ไปเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่นี่เป็นบทเรียนสำคัญของสังคมไทยร่วมกัน ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไว้ตั้งแต่ถูกควบคุมตัว

ขณะที่ มารดา หนึ่งในสามกล่าวยืนยันว่า จะขอสู้จนถึงที่สุด ขณะนี้อยู่ระหว่างปรึกษาทนาย 
ครอบครัวขอสู้ต่อ ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 มือบึ้ม ป่วนกลางกรุงปี 62
 

ข่าวล่าสุด