เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.ไซเบอร์ สั่งฟ้อง 25 สมาชิกแก๊งหลอกกดลิงก์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลอม

01 ก.ค. 2566 | pratchawin_boo

ตร.ไซเบอร์ สั่งฟ้อง 25 สมาชิกแก๊งหลอกกดลิงก์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลอม

โฆษกตำรวจไซเบอร์ แจงคดีหลอกลวงให้เหยื่อกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลอม สั่งฟ้องผู้ต้องหากว่า 25 ราย หลังพบผู้เสียหายจำนวนมาก เสียหายกว่า 16 ล้านบาท พร้อมแนะ 10 แนวทางการป้องกัน

1 กรกฎาคม 2566 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีประชาชนหลายรายตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพจากการที่ได้รับข้อความสั้น (SMS) หรือได้รับสายโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ โดยมิจฉาชีพได้ปลอมช่องทางติดต่อสื่อสารกับผู้เสียหายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันไลน์ทางการปลอม เพจเฟซบุ๊กปลอม และเว็บไซต์ปลอมของหน่วยงานที่แอบอ้างนั้นๆ เพื่อพูดคุยสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างเรื่องราวออกอุบายต่างๆ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ กรอกข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน และสุดท้ายถูกหลอกให้กดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันของหน่วยงานปลอมเหล่านั้น 

 

ตร.ไซเบอร์ สั่งฟ้อง 25 สมาชิกแก๊งหลอกกดลิงก์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลอม


มีการให้ทำตามขั้นตอน ตั้งค่าให้สิทธิการเข้าถึง และให้สิทธิควบคุมโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้เสียหายใช้งาน หลอกลวงให้กรอกรหัส PIN 6 หลัก เป็นเหตุให้เงินของผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพโอนออกไปจนหมดบัญชี ทั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่มีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทรศัพท์ไปหลอกลวงประชาชนให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม อ้างว่าเพื่อเป็นการอัปเดตข้อมูลนิติบุคคลนั้น

จากการตรวจสอบพบว่าการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวมีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกันในหลายท้องที่ มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชน และเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จึงได้มีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ระดับกองบัญชาการ เป็นผู้รับผิดชอบ

 

  ตร.ไซเบอร์ สั่งฟ้อง 25 สมาชิกแก๊งหลอกกดลิงก์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลอม

ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า มีผู้เสียหายกว่า 33 ราย ความเสียหายรวมกว่า 16 ล้านบาท และจากการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินพบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีนาคารต่างๆ หลายบัญชี ซึ่งเป็นบัญชีม้าที่รับจ้างเปิดรอไว้รับเงินจากผู้เสียหายเป็นทอดๆ ต่อมาคณะพนักงานสอบสวนได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหากว่า 25 ราย แบ่งเป็นสัญชาติไทย 20 ราย สัญชาติกัมพูชา 5 ราย

ในข้อหา “ ร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไป (โดยใช้กลอุบาย), ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน " 

 

ตร.ไซเบอร์ สั่งฟ้อง 25 สมาชิกแก๊งหลอกกดลิงก์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลอม


ซึ่งสามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 21 ราย อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีอีก 4 ราย กระทั่งเมื่อ 2 มิ.ย.66 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้สรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาเสนอไปยังพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาตามกฎหมายต่อไปแล้ว

โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา บช.สอท. ได้เร่งระดมกวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิด ตัดวงจรการก่ออาชญากรรมที่เป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงเร่งรัดการสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ด้วยความรอบคอบและรัดกุม รวมถึงขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง 

 

ตร.ไซเบอร์ สั่งฟ้อง 25 สมาชิกแก๊งหลอกกดลิงก์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลอม

นอกจากนี้แล้วฝากเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวังการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว เมื่อท่านได้รับข้อความสั้น (SMS) แนบลิงก์อ้างว่ามาจากหน่วยงานต่างๆ ให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะเป็นข้อความที่ถูกส่งไปยังกล่องข้อความเดียวกับหน่วยงานจริงนั้นๆ เนื่องจากมิจฉาชีพสามารถปลอมแปลงชื่อผู้ส่งได้ ทั้งนี้ในปัจจุบันทุกธนาคารได้ยกเลิกการส่งข้อความสั้น (SMS) แนบลิงก์ไปยังประชาชนแล้ว 

หากท่านได้รับข้อความใดๆ เชื่อได้ว่าเป็นมิจฉาชีพอย่างแน่นอน และไม่ว่ามิจฉาชีพจะมาในรูปแบบใดก็ตาม ให้ระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ โดยหากพบเห็นข้อความสั้น (SMS) แนบลิงก์เข้ามาในลักษณะดังกล่าวให้แจ้งเตือนไปยังบุคคลใกล้ชิด และหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานนั้นๆ ให้ช่วยตรวจสอบทันที เพื่อลดการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

 

  ตร.ไซเบอร์ สั่งฟ้อง 25 สมาชิกแก๊งหลอกกดลิงก์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปลอม


ทั้งนี้ ขอฝากประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงแนวทางการป้องกัน ดังนี้

  1. ไม่กดลิงก์ที่เเนบมากับข้อความสั้น (SMS) หรือที่ส่งมาทางสื่อสังคมออนไลน์ ไม่กดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันต่างๆ เพราะอาจเป็นการดักรับข้อมูล หรือการฝังมัลแวร์ของมิจฉาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มาพร้อมกับข้อความในลักษณะทำให้ตกใจ หรือเป็นกังวล เช่น ข้อมูลท่านรั่วไหล มีการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือผิดปกติ
  2. หากได้รับโทรศัพท์จากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย และมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ให้ขอชื่อนามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่ โดยให้แจ้งว่าจะติดต่อกลับไปภายหลัง
  3. ตรวจก่อนว่ามาจากหน่วยงานนั้นๆ จริงหรือไม่ โดยการโทรศัพท์ไปสอบถามผ่านหมายเลขคอลเซ็นเตอร์ หรือผ่านเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้น โดยตรง รวมถึงตรวจสอบว่ามีการประกาศแจ้งเตือนการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวหรือไม่
  4. ระวัง LINE Official Account ปลอม โดยสังเกตบัญชีที่ผ่านการรับรองจะมีสัญลักษณ์โล่สีเขียว หรือโล่สีน้ำเงิน หากเป็นโล่สีเทาหรือไม่มีโล่เลยจะเป็นบัญชีทั่วไปยังไม่ได้ผ่านการรับรอง ต้องตรวจสอบยืนยันให้ดีเสียก่อน
  5. ไม่ติดตั้งโปรแกรม หรือแอปพลิเคชันที่ผู้อื่นส่งมาให้โดยเด็ดขาด แม้จะเป็นโปรแกรมที่รู้จักก็ตาม เพราะอาจเป็นแอปพลิเคชันปลอม โดยหากต้องการใช้งานให้ทำการติดตั้งผ่าน App Store หรือ Play Store เท่านั้น
  6. ไม่อนุญาตให้ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก หรือไฟล์ที่อาจเป็นอันตราย ไฟล์นามสกุล .Apk หรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย
  7. ไม่อนุญาตให้เข้าถึงอุปกรณ์ และควบคุมอุปกรณ์ หรือโทรศัพท์มือถืออย่างเด็ดขาด
  8. ไม่กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทางการเงินใดๆ ลงในลิงก์ หรือแอปพลิเคชันในลักษณะดังกล่าวโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรหัสผ่าน 6 หลัก ที่ซ้ำกับรหัสแอปพลิเคชันของธนาคารต่างๆ
  9. หากท่านเชื่อว่าได้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมแล้ว ให้รีบทำการ Force Reset หรือการบังคับให้อุปกรณ์นั้นรีสตาร์ต (ส่วนใหญ่เป็นการกดปุ่ม Power พร้อมปุ่มปรับเสียงค้างไว้) ในกรณีเกิดอาการค้างไม่ตอบสนอง หรือเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) หรือปิดเครื่องเพื่อตัดสัญญาณไม่ให้โทรศัพท์สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ถอดซิมการ์ดโทรศัพท์ออก หรือทำการปิด Wi-fi Router
  10. อัปเดตระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

ข่าวล่าสุด