จากการสอบสวน ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงนักมวย และเป็นญาติกับเสาเอกฯ อดีตเคยเป็นนักมวยมาก่อน และได้รับการติดต่อจากเซียนมวย ชื่อย่อ ต. แถวนนทบุรี เมื่อประมาณกลางเดือน พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงช่วงก่อนการแข่งขัน ให้ไปคุยกับ เสาเอกฯ ที่จะขึ้นชกรายการศึก ยินดีเพชร ที่เวทีมวยราชดําเนิน
โดยจะมอบเงินค่าตัว เสาเอกฯ เป็นเงิน 250,000 บาท และ ตนเอง จะได้รับค่าตอบแทนอีก 50,000 บาท ตนจึงได้ไปคุยกับ เสาเอกฯ เมื่อเสาเอกฯ ตกลงว่าจะล้มมวย ตนจึงได้แจ้งใน เซียนมวยทราบ พอถึงวันแข่งขัน เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ตนเองได้เดินทางไปหาเซียนมวยคนดังกล่าว และ อยู่ด้วยกันจนจบการแข่งขัน
โดยเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขัน และรู้ว่า เสาเอกฯ ถูกจับได้ว่า ล้มมวย เซียนมวยคนดังกล่าว จึงได้ให้คนมารับตนเอง และ ไปหลบหนีที่ภาคอีสานเป็นเวลา กว่า 1 สัปดาห์ โดยเซียนมวยคนดังกล่าว ได้หาที่พักให้ และออกค่าใช้จ่ายในการดูแลตน จากนั้น ตนเองได้ขอกลับบ้าน โดยก่อนกลับ เซียนมวยคนดังกล่าวได้กำชับว่า เมื่อกลับไปแล้ว ห้ามซัดทอดมาถึงตนเอง โดยหลังจากกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว เซียนมวยคนดังกล่าว ได้มีการส่งเงินให้ตนเองจำนวนหลายครั้ง จนล่าสุดได้ ให้เงินตนเอง เมื่อประมาณ 2-3 วันก่อนถูกจับกุม
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า กลุ่มของขบวนการล้มมวย ซึ่งนำความเสื่อมเสียชื่อเสียงมาสู่วงการกีฬาของประเทศไทย และเป็นกีฬาประจำชาติ โดยขณะนี้ทาง สืบนครบาลได้ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลการจับกุมขบวนการเหล่านี้ให้หมดไป โดยหากตรวจพบว่า กลุ่มบุคคลใด มีการกระทำที่ผิดกฎหมายก็จะรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีทุกราย
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ห้ามมิให้ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่นักมวย หรือผู้อื่น เพื่อจูงใจให้นักมวยทำการล้มมวย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป