นายอัจฉริยะ ระบุอีกว่า ในวันเกิดเหตุมีการสำแดงเท็จว่า ขนส่งน้ำมันดำ ไม่มีคุณภาพ แต่ความจริงเป็นน้ำมันดีเซลที่ใส่คาร์บอน 40% เพื่อให้เป็นสีดำ เมื่อขับรถมาเรื่อยๆ คาร์บอนจะทำปฏิกิริยาตกตะกอน ทำให้น้ำมันที่มีสีดำกลับมาใสเหมือนเดิม แต่ตำรวจทางหลวงไม่มีความรู้เรื่องน้ำมัน จึงได้เชิญสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ร่วมเข้าตรวจสอบ
เมื่อ“รองฯ ย.ยักษ์” รู้ว่ามีการจับกุม จึงโทรให้ “ผอ.ต้น” ซึ่งเป็น ผอ.ฝ่ายในกรมสรรพสามิต โทรไปเคลียร์ แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่บอกว่าไม่สามารถทำได้ เพราะหน่วยที่จับกุม คือ ตำรวจทางหลวง “ผอ.ต้น” จึงโทรหาตำรวจทางหลวงชุดจับกุม แต่ก็ไม่สามารถเคลียร์ได้ จึงมีการเก็บตัวอย่างน้ำมันส่งตรวจตามกระบวนการ จากนั้น มีการนำรถขนน้ำมันคันดังกล่าวไปไว้ที่ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์
ล่าสุด รถขนน้ำมันคันนี้หายไปแล้ว ตนได้ประสานไปยัง “อธิบดีกรมสรรพสามิต” ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว