เนชั่นทีวี

ข่าว

อัจฉริยะยื่นสอบ “รองฯ ย.ยักษ์” บิ๊กสรรพสามิต เบื้องหลังน้ำมันเถื่อนประจวบ

08 มิ.ย. 2566 | sitthichai_nak

อัจฉริยะยื่นสอบ “รองฯ ย.ยักษ์” บิ๊กสรรพสามิต เบื้องหลังน้ำมันเถื่อนประจวบ

“อัจฉริยะ” ร้องให้ตรวจ “รองฯ ย.” บิ๊กสรรพสามิต บุคคลเบื้องหลังขบวนการลักลอบขายน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ แฉพฤติกรรม ขั้นตอน วิธีการหลบหลีก มีเครือข่ายทั้งจากหน่วยงานรัฐ กลุ่มในพื้นที่ชายแดน ชี้ หลังโทรเคลียร์ไม่สำเร็จ นำไปสู่การตรวจสอบ แต่รถขนน้ำมันสูญหายแล้ว

8 มิถุนายน 2566 เวลา 09.30 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการสอบสวนกลาง(บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาที่เข้าร้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ผบก.ปปป.) ให้ตรวจสอบเครือข่ายการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อน จากความพยายามเจรจาบิดเบือนคดีของบุคคลที่อ้างตัวเป็นข้าราชการระดับสูงจากกรมสรรพสามิต ซึ่งได้รับการยืนยันข่าวจาก ผบก.ปปป.เอง  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ตนได้รับหลักฐานที่เชื่อมโยงข้าราชการระดับสูง ชื่อเล่นว่า “ย.ยักษ์” เป็นเสียงสนทนาของคนสนิทของข้าราชการระดับสูงดังกล่าว 

เรื่องนี้เริ่มจากรถบรรทุกน้ำมันมีการสำแดงเท็จ เป็นของ “เจ้หมง” ลักลอบนำเข้าน้ำมัน 40,000 ลิตรจากประทศมาเลเซีย ผ่านเข้าประเทศไทยในพื้นที่ จ.สงขลา โดยมี “เจ๊อ้น” ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในเครือข่ายลักลอบขนส่งน้ำมันเถือนเป็นผู้อำนวยความสะดวก มีจุดหมายปลายทางต้องไปส่งน้ำมันให้ “เจ๊บีม” ที่ จ.ปทุมธานี ซึ่ง “เจ๊บีม” คือคนสนิทของ “รองฯ ย.ยักษ์” ซึ่งเป็นบิ๊กสรรพสามิต

นายอัจฉริยะ ระบุอีกว่า ในวันเกิดเหตุมีการสำแดงเท็จว่า ขนส่งน้ำมันดำ ไม่มีคุณภาพ แต่ความจริงเป็นน้ำมันดีเซลที่ใส่คาร์บอน 40% เพื่อให้เป็นสีดำ เมื่อขับรถมาเรื่อยๆ คาร์บอนจะทำปฏิกิริยาตกตะกอน ทำให้น้ำมันที่มีสีดำกลับมาใสเหมือนเดิม แต่ตำรวจทางหลวงไม่มีความรู้เรื่องน้ำมัน จึงได้เชิญสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ร่วมเข้าตรวจสอบ

เมื่อ“รองฯ ย.ยักษ์” รู้ว่ามีการจับกุม จึงโทรให้ “ผอ.ต้น” ซึ่งเป็น ผอ.ฝ่ายในกรมสรรพสามิต โทรไปเคลียร์ แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่บอกว่าไม่สามารถทำได้ เพราะหน่วยที่จับกุม คือ ตำรวจทางหลวง “ผอ.ต้น” จึงโทรหาตำรวจทางหลวงชุดจับกุม แต่ก็ไม่สามารถเคลียร์ได้ จึงมีการเก็บตัวอย่างน้ำมันส่งตรวจตามกระบวนการ จากนั้น มีการนำรถขนน้ำมันคันดังกล่าวไปไว้ที่ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ 

ล่าสุด รถขนน้ำมันคันนี้หายไปแล้ว ตนได้ประสานไปยัง “อธิบดีกรมสรรพสามิต” ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว

สำหรับ “เจ๊บีม” อยู่ในเครือข่ายลักลอบการขนน้ำมันเถื่อนมานาน เคยทำน้ำมันเถื่อนกับ “นายโย๊ะ” อดีตตำรวจน้ำ จากนั้นมีปัญหากันจึงเข้ามาอยู่ในเครือข่ายของ “รองฯ ย.ยักษ์”   โดย “เจ๊บีม” จะมีผู้ร่วมกระบวนการเป็น “เจ๊อ้น” ร่วมทำน้ำมันเถือนที่ จ.สงสขลา โดยการขนน้ำมันถึงที่ จ.ปทุมธานี เกือบทุกคืน ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดกรองคาร์บอน และนำไปขายต่อให้กับรถบรรทุกและอุตสาหกรรมอื่นๆ หรือปั๊มหลอดในพื้นที่ภาคกลาง เช่น สุพรรณบุรี และสระบุรี

ส่วน “ผอ.ต้น” และรองฯ ย.ยักษ์ มีความสนิทสนมกันเพราะทั้งคู่เคยดูแลพื้นที่ภาคใต้มาก่อน ผอ.ต้น เปรียบเสมือนมือขวา “รองฯย.ยักษ์” ทำหน้าที่เก็บส่วยทั้งน้ำมัน เหล้า บุหรี่ทั้งหมดในพื้นที่ภาคใต้

นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า ขบวนการนี้เป็นขบวนการใหญ่ มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายคน และกระทำการอย่างไม่เกรงกลัว ขนาดทางหลวงมีการเข้มงวดกวดขันสูง หลังมีข่าวส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุก เครือข่ายนี้ก็ยังลักลอบขนน้ำมันกว่า 4 หมื่นลิตรเข้ามาได้อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ข่าวล่าสุด