ตำรวจไซเบอร์ กสทช. และสรรพสามิต ลุยทลายโกดังวิทยุสื่อสารเถื่อนกลางกรุง
20 พ.ค. 2566
ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ กสทช. และสรรพสามิต ลุยทลายโกดังวิทยุสื่อสารเถื่อนกลางกรุง ยึดของกลางกว่า 260 เครื่อง มูลค่ากว่า 400,000 บาท
ข่าว
20 พ.ค. 2566
ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ กสทช. และสรรพสามิต ลุยทลายโกดังวิทยุสื่อสารเถื่อนกลางกรุง ยึดของกลางกว่า 260 เครื่อง มูลค่ากว่า 400,000 บาท
20 พฤษภาคม 2566 ทลายโกดังวิทยุสื่อสารเถื่อนกลางกรุง โดยกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และกรมสรรพสามิต ตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนและจำหน่ายวิทยุสื่อสารเถื่อนกลางกรุง ยึดของกลางกว่า 260 เครื่อง มูลค่ากว่า 400,000 บาท
ตามที่ปัจจุบันได้มีการลักลอบนำเข้าเครื่องวิทยุโทรคมนาคมและอุปกรณ์โดยผิดกฎหมาย และลักลอบจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมที่กำหนดไว้ อีกทั้งยังสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงได้สั่งการให้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยประสานข้อมูลกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ กรมสรรพสามิต
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ได้ทำการสืบสวนทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายวิทยุสื่อสาร ผ่านทางช่องทางออนไลน์ Facebook โดยมีผู้ติดตามกว่า 5,000 คน จึงได้รายงานให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ทราบ
กระทั่งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.พรชัย บัวด้วง รองผู้กำกับการ 4 ร่วมกับ เจ้าพนักงาน กสทช. และ กรมสรรพสามิต นำหมายค้นของศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าตรวจค้นตึกแถวแห่งหนึ่ง บริเวณถนนจารุเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยพบ นายพัด (นามสมมติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของและเป็นผู้นำตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบ เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภทวิทยุสื่อสาร ตราอักษร BAOFENG รุ่น BF-888s จำนวน 269 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 403,500 บาท สอบถามนายพัด ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้จัดจำหน่ายวิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “มีและค้า ซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” จับกุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
