เนชั่นทีวี

ข่าว

พริตตี้ อ้างโพสต์เรียกกระแส ไม่ได้เมาแค่เป่าไฟฉาย

16 เม.ย. 2566 | sitthichai_nak

พริตตี้ อ้างโพสต์เรียกกระแส ไม่ได้เมาแค่เป่าไฟฉาย

พริตตี้สาว หอบดอกไม้ขอโทษ ตำรวจด่านตรวจเมาแล้วขับ จากข้อความที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์สร้างผลกระทบเชิงลบ อ้างเข้าใจผิด คิดว่าไฟฉายที่ส่องแยงตา คือ ยื่นเป่าเมาแล้วขับ ยอมรับโพสต์เรียกกระแส ด้านตำรวจไม่ติดใจ พร้อมยืนยันการปฏิบัติงานเสมอภาคทุกคน

16 เมษายน 2566 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) แถลงกรณีเหตุการณ์ พริตตี้สาว ซึ่งถูกตรวจลมหายใจพบระดับของปริมาณแอลกอฮอลล์เกินเกณฑ์จากที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี พร้อมนำไปโพสต์ข้อความแสดงคำขอบคุณ ตำรวจตั้งด่านในครั้งนั้น เผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ 

พริตตี้ อ้างโพสต์เรียกกระแส ไม่ได้เมาแค่เป่าไฟฉาย

โดยก่อนการแถลง พริตตี้สาว วัย 27 ปี ผู้ที่โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้นำกระเช้าเดินทางมายังกองบังคับการตำรวจจราจร เพื่อแสดงการขอโทษเจ้าหน้าที่ พร้อมให้ปากคำถึงกรณีที่เกิดขึ้น 

จากนั้น พล.ต.ต.จิรสันต์ ระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทบต่อภาพลักษณ์การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ จึงสั่งการให้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด บริเวณจุดตั้งด่านตามที่พริตตี้สาวโพสต์ไว้ เพื่อนำมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่าง

พริตตี้ อ้างโพสต์เรียกกระแส ไม่ได้เมาแค่เป่าไฟฉาย

พล.ต.ต.จิรสันต์ ชี้แจงว่า โดยปกติการตรวจวัดแอลกอฮอล์จะมีทั้งหมด 3 ขั้นตอน 1.การคัดกรอง โดยตำรวจส่วนหน้า ที่ถนน จะทำการคัดกรองเบื้องต้น ด้วยการสังเกตจากกลิ่น อาการ กิริยา ท่าทางต่างๆ ของผู้ขับขี่ หากคาดว่ามีแอลกอฮอล์ ก็จะเข้าสู่ขั้น ตอนที่ 2 คือการตรวจวัดด้วยเครื่องทดสอบ คือ ถ้าเป่าแล้วถ้ามีแอลกอฮอล์ เซนเซอร์จะขึ้น ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 คือ การตรวจด้วยเครื่องตรวจวัดยืนยันผล

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ เวลา 01.45 น.ของวันที่ 13 เมษายน 2566 ผู้โพสต์ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีขาว เข้ามาที่ด่านตรวจ บริเวณหน้าร้านบ้านกรองน้ำ ถ.รามอินทราขาเข้า ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้โพสต์อยู่ในขั้นตอนของการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น

>> ชมคลิป เหตุการณ์ที่ด่านตรวจ บนเส้นทางรามอินทรา ขาออก

เมื่อตำรวจเห็นว่า ไม่น่ามีพฤติกรรมเมาสุรา จึงไม่ได้ให้ตรวจวัดในขั้นตอนที่ 2 และ 3 โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่รถของผู้โพสต์ขับเข้ามาที่ด่าน และตำรวจมีการเรียกให้หยุดตรวจคัดกรองเบื้องต้น โดยใช้ระยะเวลาเพียง 5 วินาทีเท่านั้น เมื่อไม่พบพฤติกรรมน่าสงสัยว่ามึนเมา จึงปล่อยรถออกจากด่าน ไม่ได้มีการให้เป่า

พริตตี้ อ้างโพสต์เรียกกระแส ไม่ได้เมาแค่เป่าไฟฉาย

ด้านพริตตี้สาว ผู้โพสต์ข้อความ อธิบายสาเหตุที่โพสต์ข้อความดังกล่าว เนื่องจากทุกครั้งที่ไปทำงาน ตนจะมาโพสต์ขอบคุณทุกคนอยู่แล้ว ทั้งร้านที่ไปทำงาน ดีเจ คนหางาน วันเกิดเหตุ ก็เลยขอบคุณตำรวจด้วย ซึ่งไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่ยืนยันว่า วันเกิดเหตุ ตนไม่ได้เมา ยอมรับว่ามีดื่มบ้าง แต่เล็กน้อยเท่านั้น 

พอขับรถเข้ามาที่ด่าน จึงชะลอรถแล้วเปิดกระจกลง ตำรวจก็บอกว่า “ขออนุญาตครับ” พร้อมกับส่องไฟฉายเข้ามา ตอนนั้น ไม่ได้ทันสังเกต ประกอบกับแสงจากไฟฉายส่องเข้ามาแยงตา ตนจึงเข้าใจว่าตำรวจยื่นเครื่องตรวจวัดมาให้เป่า ซึ่งจริงๆ เป็นแต่ไฟฉาย ตนก็เลยเป่าไปเต็มแรงแล้วตำรวจก็พูดว่า “ขอบคุณครับ” ตนก็เลยขอบคุณแล้วขับรถออกมา

พริตตี้ อ้างโพสต์เรียกกระแส ไม่ได้เมาแค่เป่าไฟฉาย

ส่วนที่โพสต์ว่าเมา ทั้งที่ยืนยันได้ว่าไม่ได้เมานั้น เพราะแค่อยากโพสต์ให้แฟนคลับเป็นห่วง อยากให้แฟนคลับเห็นใจเท่านั้น ไม่ทันได้คิดว่าจะมีผลกระทบตามมา

พริตตี้สาว กล่าวอีกว่า ตนต้องขอโทษตำรวจและขอโทษสังคมด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้ ตนยอมรับผิดที่โพสต์ข้อความไป ทำให้คนเข้าใจผิด หลังจากนี้ ตนจะต้องระวังการใช้โซเชียลมีเดียให้มากขึ้น ไม่ใช่คิดแค่ว่าฉันอยากจะโพสต์ ก็โพสต์ 

พริตตี้ อ้างโพสต์เรียกกระแส ไม่ได้เมาแค่เป่าไฟฉาย

ขณะที่ ส.ต.อ.ชนินท์ เพิ่มสุข ผู้บังคับหมู่งานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร(ผบ.หมู่ กก.5 บก.จร.) ซึ่งเป็นผู้ที่ตรวจคัดกรองในวันเกิดเหตุ บอกว่า ตนจำผู้โพสต์ไม่ได้ เพราะในคืนนั้นมีปริมาณรถจำนวนมากที่เข้ามายังด่านตรวจ แต่ยืนยันว่าปกติแล้วในการตรวจคัดกรองเบื้องต้น ถ้าเปิดกระจกมา ส่วนมากก็จะดูว่ามีกลิ่นแอลกอฮอล์หรือไม่ หน้าแดงหรือไม่ กิริยาอาการ รวมถึงเสื้อผ้าการแต่งกาย ถ้าเข้าข่ายจึงจะให้เป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ก็มีบางครั้งที่เพียงแค่ส่องไฟฉายเข้าไปแล้วผู้ขับขี่ก็เข้าใจผิด เป่าลมออกมาจริงๆ

พริตตี้ อ้างโพสต์เรียกกระแส ไม่ได้เมาแค่เป่าไฟฉาย

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระทำของผู้โพสต์ เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่เป็นความผิดที่สามารถยอมความได้ ซึ่งในวันนี้ได้เรียกผู้โพสต์มาสอบปากคำให้ข้อเท็จจริง ผู้โพสต์ได้มาขอโทษตำรวจ พร้อมบอกว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ซึ่งในการดำเนินคดี ซึ่งตำรวจที่ปฏิบัติในคืนเกิดเหตุให้อภัย ไม่ติดใจดำเนินคดี 

"ขอให้ประชาชนระมัดระวังให้มากขึ้นกับการใช้โซเชียลมีเดีย และขอยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ทำโดยความเสมอภาคอย่างแน่นอน" พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด