จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. จึงได้ทำการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาโดยตลอด และได้นำข้อมูลการวิ่งผ่านบนสายทางมาวิเคราะห์ เพื่อตั้งจุดสกัดในบริเวณต่าง ๆ ตามเวลาที่คาดว่ารถคันดังกล่าวจะวิ่งผ่าน
จนทราบว่ารถคันดังกล่าวติดทะเบียนด้านหน้า และด้านหลังคนละทะเบียน ทำให้ทราบสาเหตุว่าทำไมในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าสกัดจับไม่พบรถยนต์รถทะเบียน สช X555 กรุงเทพมหานคร จึงได้ทำการเพิ่มป้ายทะเบียนเฝ้าระวังในฐานข้อมูลของตำรวจทางหลวงเพิ่มเติม
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 เม.ย.66 เวลาประมาณ 10.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบรถยนต์ ยี่ห้อปอร์เช่ สีขาว ติดป้ายทะเบียนหมายเลข สช X555 กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณ ถนนเลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งมีลักษณะและป้ายทะเบียนตรงกับฐานข้อมูลรถต้องสงสัย
จึงได้ทำการเรียกเพื่อตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบนายสัญชัย แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ และพบว่าป้ายทะเบียนด้านหลังติดป้ายหมายเลข 3กษ X155 กรุงเทพมหานคร (ป้ายประมูล) ซึ่งไม่ตรงกับป้ายด้านหน้า
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า รถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่ สีขาว คันที่ถูกเรียกตรวจ มีนายสัญชัย เป็นผู้ครอบครอง ป้ายทะเบียน 3 กษ X155 กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบทางกายภาพพบว่า มีปั๊มนูนสัญลักษณ์ ขส มีลายน้ำเครื่องหมายราชการกรมการขนส่งทางบก และมีเลข 10 หลัก ถูกต้องตรงกับข้อมูลการจดทะเบียน เชื่อได้ว่าเป็นป้ายทะเบียนของรถยนต์ ยี่ห้อปอร์เช่ คันดังกล่าวจริง
แต่ส่วนของป้ายทะเบียนหมายเลข สช X555 กรุงเทพมหานคร ได้ทำการตรวจสอบทางกายภาพ ไม่พบปั๊มนูนสัญลักษณ์ ขส ไม่มีลายน้ำเครื่องหมายราชการกรมการขนส่งทางบก และไม่มีเลข 10 หลัก เชื่อได้ว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม จึงได้ทำการตรวจยึดป้ายทะเบียนหมายเลข สช X555 กรุงเทพมหานคร ไว้เป็นของกลาง และจับกุมตัวผู้ต้องหา เบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จึงแจ้งข้อหา “ปลอมหรือใช้เอกสารราชปลอม, ใช้ยานยนตร์บนทางหลวงหรือสะพานโดยเจตนาหลีกเลี่ยงไม่เสียค่าธรรมเนียม” นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองห้า จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าว ได้ข้อมูลจากระบบการแจ้งเตือนรถสวมทะเบียน หรือรถผิดกฎหมายที่ผ่านช่อง M-Flow ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลรถผิดกฎหมาย ป้ายทะเบียนเฝ้าระวัง ฯลฯ โดยระบบดังกล่าวจะช่วยในการตรวจสอบรถที่ผิดกฎหมายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต