กระทั่ง เมื่อเห็นว่าเหยื่อเริ่มไว้ใจ จึงออกอุบายขอยืมเงิน อ้างว่า ต้องการใช้เงินจำนวนมากเพื่อนำมาซ่อมแซมเครื่องจักร หากส่งมอบงานไม่ทันกำหนดจะต้องเสียค่าปรับและถูกแบล็คลิสต์ใบประกอบการวิชาชีพวิศวกร เหยื่อจึงเกิดความสงสารใจอ่อนให้ยืมเงิน โดยโอนไปที่บัญชีธนาคารของ น.ส.ปิยฉัตร ผู้ต้องหารายนี้ จำนวนหลายครั้งรวมเป็นเงิน 1.7 ล้านบาท
ต่อมา ทางธนาคารตรวจสอบพบความผิดปกติการทำธุรกรรมของบัญชีธนาคารดังกล่าว จึงแจ้งเตือนมายังผู้เสียหายเพื่อให้ตรวจสอบจนทราบว่า ถูกหลอก ก่อนเข้าแจ้งความไว้ที่ กก.1 บก.ป. จนมีการออกหมายจับ โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่า น.ส.ปิยฉัตร ผู้ต้องหารายนี้ เดินทางมาทำธุระที่ สน.ท่าพระ จึงนำกำลังตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว