ตำรวจ 191 จับ 2 คดีสำคัญ ของกลางยาเสพติด-อาวุธปืนจำนวนมาก
24 ก.พ. 2566 | ratchata

ตำรวจ 191 แถลงผลจับกุม 2 คดีสำคัญ พร้อมของกลางยาเสพติดและอาวุธปืนจำนวนมาก ผู้ต้องหาสารภาพทำมานาน ค้าอาวุธผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ข่าว
24 ก.พ. 2566 | ratchata

ตำรวจ 191 แถลงผลจับกุม 2 คดีสำคัญ พร้อมของกลางยาเสพติดและอาวุธปืนจำนวนมาก ผู้ต้องหาสารภาพทำมานาน ค้าอาวุธผ่านสื่อสังคมออนไลน์
24 กุมภาพันธ์ 2566 ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (ตำรวจ 191) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.ภานพ วรพธนัชชากุล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ รองผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญ 2 คดี
คดีแรกตำรวจ 191 จับกุมนายชนาธิป หรือตุ้ย (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 4/64 หมู่บ้านสหกรณ์เคหะสถาน 4 ถนนเสรีไทย 57 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่มกทม. ได้ของกลางประกอบด้วย
สำหรับการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ได้สืบทราบเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯพบข้อมูลว่า นายชนาธิป มีพฤติกรรมลักลอบส่งยาเสพติดในย่านรามอินทรา โดยใช้รถกระบะตระเวนส่งยาเสพติดช่วงเช้ามืดจึงได้สืบสวนเพิ่มเติมทราบว่านายชนาธิปพักอาศัยและเก็บซุกซ่อนยาเสพติดและบ้านเช่าหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านสหกรณ์ถนนเสรีไทย
กระทั่งวันที่ 23 ก.พเวลาประมาณ 4:50 น. ตำรวจ 191 ได้เฝ้าติดตามนายชนาธิปที่บ้านหลังดังกล่าวและจับกุมตัวนายชนาธิปพร้อมของกลางยาเสพติดที่ซุกซ่อนไว้ได้ภายในบ้านหลังดังกล่าว
จากการสอบสวนนายชนาธิป รับสารภาพว่า รับจ้างเก็บซุกซ่อนและส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าตั้งแต่เดือนพ.ย 65 ถึงช่วงต้นปี 66 ได้เริ่มผสมเคตามีนในกาแฟสำเร็จรูปและคอลลาเจนตามความต้องการของลูกค้าสายปาร์ตี้จึงได้ซื้อเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับการใช้บทผสมและแพ็คยาเสพติดมาโดยเช่าบ้านหลังดังกล่าวเพื่อใช้เป็นสถานที่ผสมยาเสพติด
เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในข้อหา ดังนี้
พล.ต.ต.ภานพกล่าวว่า สำหรับยาเสพติดที่พบนั้นมีการนำไปใช้ผสมกับกาแฟและคอลลาเจนซึ่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่แท้จริงนั้นไม่ทราบ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่จะรู้กันเฉพาะในกลุ่มนักเสพ ทั้งนี้จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลถึงแหล่งที่มาในการนำยาเคตามีนมาใช้เป็นส่วนผสมว่ามาจากแหล่งใดต่อไป
สำหรับคดีที่ 2 ตำรวจ 191 จับกุมนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ได้ที่บ้านในซอยรามคำแหง 182 แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พร้อมของกลาง ประกอบด้วย
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 โดยชุดสืบสวนงานสายตรวจ 1 กกสายตรวจได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์อาชญากรรมและได้สืบสวนจนทราบว่านักเรียนช่างกลสถาบันอาชีวะย่านมีนบุรีมีพฤติกรรมลักลอบดัดแปลงอาวุธปืนและจำหน่ายอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้ง ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และ ไลน์ ซึ่งอาวุธปืนเหล่านี้อาจนำมาใช้ก่อเหตุหรือมีความเกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงระหว่างสถาบันที่เกิดขึ้น
จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายค้นศาลอาญามีนบุรีเลขที่ 73/2566 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เข้าตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าวและพบของกลางดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าใช้วิธีการซื้ออาวุธปืน บีบีกัน ในราคากระบอกละ 4,000-5,000 บาทนำมาแปลงให้สามารถใช้กับกระสุนปืนจริงได้ โพสต์อาวุธปืนขายผ่านโซเชียลมีเดียในราคากระบอกละ 10,000-15,000 บาทเพื่อเอากำไรอีกทอดหนึ่ง มีรายได้ต่อเดือนเดือนละประมาณ 40,000-50,000 บาท ทำมาแล้วประมาณ 5 ปีจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป