ทั้งนี้ กรณี น.ส.อันหยูชิง กล่าวหาว่า ตำรวจได้พาเธอไปที่ลับตาคน โดยมีการหลบกล้อง CCTV หน้าสถานทูตจีน แล้วบอกว่า "ทั้งหมดในรถ ต้องจ่ายมา 27,000 บาท ถึงยอมปล่อย" นั้น
จากการตรวจสอบข้อมูล กล้องวงจรปิด ของกรุงเทพมหานคร ที่อยู่บริเวณหน้าสถานเอกอัคราชทูตจีน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดตรวจประมาณ 25 เมตร ปรากฎภาพ น.ส.อันหยูชิง กับเพื่อน เข้ามาที่จุดตรวจตั้งแต่เวลาประมาณ 02.27 น. และออกไปเวลาประมาณ 03.13 น. ใช้เวลาประมาณ 46 นาที ไม่ปรากฏว่า ตำรวจได้พา น.ส.อันหยูชิง กับเพื่อน ไปที่ลับตาคนหรือหลบมุมกล้อง CCTV แต่อย่างใด โดยพบเห็นภาพช่วงแรกทั้งหมด ยืนอยู่ใกล้ตำรวจ ที่จุดตรวจบนถนน และต่อมาก็ขึ้นไปยืนบนทางเท้า และก็ออกจากจุดที่ยืนขึ้นรถออกจากจุดตรวจไป
ขณะที่ สภาพจุดตรวจอยู่บนถนนรัชดาภิเษก เป็นทางตรง หน้าสถานทูตจีน มีแสงสว่างชัดเจน ไม่มีที่ลับตาคน หรือหลบมุมกล้อง CCTV ห่างออกไป 66 เมตร เป็น ซอยรัชดาภิเษก 3 จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่พบ น.ส.อันหยูชิง กับเพื่อนเข้ามาในซอยรัชดาภิเษก 3
ส่วนกรณี น.ส.อันหยูชิง กล่าวว่า "พอเธอ ยอมจ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกแท็กซี่ ให้พวกเธอกลับโรงแรม ขณะนั้น ข้างๆ เธอยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เป็นผู้หญิง จำนวน 5 คน โดนอย่างเธอด้วย"
จากการตรวจสอบข้อมูล กล้องวงจรปิด ของกรุงเทพมหานคร ที่อยู่บริเวณหน้าสถานเอกอัคราชทูตจีน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดตรวจประมาณ 25 เมตร ของวันที่ 5 มกราคม ตั้งแต่เวลาประมาณ 02.27 น. ถึงเวลาประมาณ 03.13 น. ไม่พบภาพกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี เป็นผู้หญิง จำนวน 5 คน อยู่บริเวณจุดตรวจแต่อย่างใด มีเพียง น.ส.อันหยูชิง กับเพื่อน และตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ จำนวน 7 นาย
ขณะเดียวกัน ตำรวจได้สอบปากคำ ผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้าง ให้การว่า ไม่เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น มีเพียง น.ส.อันหยูชิง กับเพื่อน กลุ่มเดียว อยู่ที่บริเวณจุดตรวจดังกล่าว