นายสันธนะ กล่าวต่อว่า ค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ที่เรียกมา ตนยินดีจ่าย 100 บาท และให้นายนอท นำเงินนี้ไปซื้อยานอนหลับเพื่อเอาไปฝันต่อ เพราะคำร้องที่ยื่นฟ้องมามีเพียง 1 หน้ากระดาษ เหมือนเพียงเป็นการเล่นสนุกกับศาล กับกระบวนการยุติธรรม
สำหรับที่นายนอท อ้างว่าตนเองบุกรุก ยืนยันว่า ตนเองเดินทางไปที่สำนักงาน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 64 เพื่อพูดคุยเนื่องจากสนใจร่วมลงทุน เพราะเห็นว่านายนอทขายสลากออนไลน์ ในราคา 80 บาท ได้จริง ตนเองจึงสนใจเพื่อประโยชน์ของประชาชน ซึ่งการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี
ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปอีกครั้งในวันที่ 14 มิ.ย. 64 ก็พบว่า มีความผิดปกติในการดำเนินธุรกิจ จึงเป็นที่มาตามภาพวงจรปิด และตนเข้าไปอีกครั้งในช่วงเดือน เม.ย. 65 ก็พบความผิดปกติ จึงเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ทองหล่อ
ทั้งนี้จึงเป็นที่มาของการที่ตน เริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลของบริษัทนายนอท ที่พบความผิดปกติเกี่ยวกับงบดุล และการเสียภาษี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ยื่นให้กับกรมสรรพากร แล้วอยากฝากถึงนายนอท ว่า หากเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง และสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท กับตนเองได้ ก็ขอให้ไปเสียภาษีเพื่อประเทศชาติ
สำหรับกรณีของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ที่ผ่านมาตนได้ยื่นหนังสือถึง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือ ปปง. เนื่องจากเรื่องดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของตนเอง หรือเสียหายโดยตรง
แต่เป็นเรื่องที่นายชูวิทย์ มีพฤติกรรมทำให้เกิดความเสียหายต่อสถานที่ราชการ อย่างรัฐสภา และอีกประเด็นคือ การที่นายชูวิทย์มีข้อมูลธุรกรรมทางการเงินของตนเอง และบุคคลอื่น ๆ ก่อนนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เรื่องนี้ทำให้คนที่ทำธุรกิจอาจได้รับความเสียหาย และกังวลต่อการทำธุรกิจต่อไป จึงอยากให้ ปปง. ตรวจสอบ เพราะหากบุคคลอย่างนายชูสิทย์ สามารถเข้าถึงธุรกรรมทางการเงินของคนอื่นได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมี ปปง. ปล่อยให้นายชูวิทย์ตรวจสอบก็พอ