เนชั่นทีวี

ข่าว

ด่วน! ศาลยกฟ้อง “หลงจู๊ สมชาย” จ้างวานฆ่า "วิน จยย." ได้ประกันระหว่างอุทธรณ์

10 พ.ย. 2565 | piyawan_uan

ด่วน! ศาลยกฟ้อง “หลงจู๊ สมชาย” จ้างวานฆ่า "วิน จยย." ได้ประกันระหว่างอุทธรณ์

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง “หลงจู๊ สมชาย” คดีจ้างวานฆ่า “หนุ่มวินจยย.” ชี้เบาะแสตำรวจลุยจับบ่อน เหตุพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัย ทนายยื่นหลักทรัพย์ 5 แสน ศาลให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ ส่วน “มือปืน” เจอโทษประหาร แต่รับสารภาพเหลือคุกตลอดชีวิต

10 พฤศจิกายน 2565 ที่ศาลอาญาถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีจ้างวานฆ่าหนุ่มวิน จยย.หมายเลขดำ อ.981/2564ที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือ "หลงจู๊ สมชาย" อายุ 56 ปี ชาว จ.ระยอง ผู้กว้างขวางย่านภาคตะวันออกและนายมนัส อิ่มนำ อายุ 41  ปี ชาว จ.ชลบุรี มือปืนเป็นจำเลยที่ 1-2 โดยนายสมชาย จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐาน ร่วมกันใช้ จ้างวาน ให้ฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน  ส่วนนายมนัส จำเลยที่ 2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติตตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุสมควร

นายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือ "หลงจู๊ สมชาย"

นายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือ "หลงจู๊ สมชาย"

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 15 - 28 กรกฎาคม 2563 นายถาวร สาระกูล และนายสุพรรณ ใหม่งาม ที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันใช้จ้างวานนายมนัส จำเลยที่ 2 กับนายนิพนธ์ ปานทอง (หลบหนี) วางแผนฆ่านายประทุม สอาดนัก อาชีพขี่วิน จยย.รับจ้าง โดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน จ้างวานเป็นเงิน 200,000 บาท นายมนัส จำเลยที่ 2 กับพวกตกลงรับงานฆ่า ต่อมาวันที่ 28 กรกฎาคม 2563 เวลากลางวัน นายมนัส กับพวก ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ติดแผ่นป้ายทะเบียนป้ายแดง 1 คัน มีนายนิพนธ์ เป็นคนขี่ ส่วนนายมนัส จำเลยที่ 2 นั่งซ้อนท้ายสะกดรอยติดตามรถจักรยานยนต์ของนายประทุมที่กำลังขี่ไปส่งผู้โดยสารหญิงในซอยพัทยาใต้ 17 หลังโรงเรียนเมืองพัทยา 8 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  จากนั้นนายมนัส ใช้ปืนไทยประดิษฐ์ยิงนายประทุม 1 นัด กระสุนถูกกะโหลกศีรษะด้านหลังทะลุออกบริเวณหัวตาขวาลูกตาฉีก เป็นเหตุให้นายประทุมถึงแก่ความตาย ก่อนหลบหนีไป

เหตุเกิดที่ ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง และ ต.นาเกลือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เกี่ยวพันกัน
  

ชั้นสอบสวนและชั้นศาลนายสมชาย จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธโดยตลอด  ส่วนนายมนัส ให้การรับสารภาพ ไม่ต่อสู้คดี

 

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยว่านายสมชาย จำเลยที่ 1 เป็นผู้จ้างวาน ให้จำเลยที่ 2 กับพวกไปฆ่าผู้ตายหรือไม่ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย 

 

พิพากษาว่า นายมนัสจำ เลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4),371 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ฯพ.ศ.2490 มาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

 

  • ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษประหารชีวิต

 

  • ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี 

 

  • ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตฯ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก  1 ปี 

 

  • สำหรับความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น ไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ได้อีกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 

 

  • ส่วนความผิดฐานฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตฯ ให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 2 ปี 8 เดือน และ 1 ปี 4 เดือน ตามลำดับ 

คำให้การในชั้นสอบสวนของ จำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1)

  • ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต 

 

  • ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี 4 เดือน

 

  • ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 8  เดือน 

 

เมื่อรวมโทษทุกระทงแล้ว คงลงโทษจำคุก จำเลยที่ 2 ไว้ตลอดชีวิตสถานเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3) ริบอาวุธปืน ซองกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนของกลาง 

 

ให้จำเลยที่ 2 ชดใช้เงินจำนวน 2,053,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 17 มิถุนายน 2564) จนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และยกคำร้องขอเรียกค่าสินไหมทดแทนจำเลยที่ 1 โดยออกหมายขังระหว่างอุทธรณ์ 
    

ต่อมาทนายความของนายสมชาย จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เดิม ขอปล่อยชั่วคราว 
     

ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้นายสมชาย จำเลยที่ 1 ประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์คดีโดยตีราคาปนะกัน 5 แสนบาท  หลังจากนั้นนายสมชาย ได้เดินทางกลับทันที


   
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสมชาย ก่อนหน้านี้พนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล 4 คดีทั้งคดีจ้างวานฆ่า คดีร่วมกันฟอกเงิน คดีลักลอบเปิดบ่อนการพนัน ฯลฯ ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยนายสมชาย ได้รับการประกันตัวทุกคดี 
 

ข่าวล่าสุด