วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.30 น" พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ตม. ตำรวจ PCT ร่วมแถลงผลการระดมจับกุมบุคคลต่างด้าว , หลบหนีเข้าเมือง ,อยู่เกินกำหนด ,ติดตามผู้กระทำความผิด และขยายผลการจับกุม รวมทั้งสิ้น 4 คดี
คดีแรก การจับกุม นายบุน ซู (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี ชาวเกาหลี โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ว่า ผู้ต้องหาเป็นที่ต้องการตัวของตำรวจเกาหลี มีพฤติการณ์ฉ้อโกง หลอกลวงเพื่อนร่วมชาติ โดยอ้างว่าตนเองเปิดร้านเอาท์เล็ทในกรุงเทพฯ ประมาณ 30 แห่ง ถ้าผู้เสียหายส่งเสื้อผ้าจากเกาหลีมสไทย จะขายได้ในราคา 3 - 15 เท่า ของราคาเดิม ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้ ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2559 ถึง เดือน มีนาคม 2560 รวม 36 ครั้ง สูญเงินกว่า 3,558 ล้านวอน คิดเป็นเงินไทย 100 ล้านบาท ตำรวจจึงสืบสวนจนทราบแหล่งพำนัก ก่อนจะเข้าจับกุมได้ในที่สุด
คดีที่ 2 การจับกุม นายมาร์โก้ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ชาวออสเตรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ทางสหภาพยุโรปต้องการตัว ในคดีความผิดฐานฉ้อฉลล้มละลาย และฐานความผิดฉ้อโกงประกันสังคม รวมความผิดกว่า 7 กระทง จนสามารถสืบทราบว่าผู้ต้องหาพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.พังงา จึงประสานงานกับ ตม.จว.พังงา เพื่อจับกุม และส่งกลับสาธารณรัฐออสเตรียต่อไป