ขณะที่นายชนทัต หัวโจกใหญ่ไหวตัวหลบหนี ขึ้น รถยนต์ ฮอนด้า HRV ขับหลบหนีอยู่ในเส้นทางถนนเพชรเกษม ซึ่งตำรวจที่ปักหลักอยู่ประมาณ 10 นาย จึงต้องแสดงตัวเพื่อดำเนินการจับกุม แต่ผู้ต้องหากลับขับพุ่งเข้าหาตำรวจและขับชนรถยนต์ของประชาชนเพื่อเปิดทาง ทำให้ตำรวจจำเป็นต้องใช้มาตรการสกัดกั้นการหลบหนีและป้องกันการสูญเสีย ของประชาชนบนท้องถนน ตำรวจ จึงยิงล้อรถยนต์ของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ยังขับรถฝ่าวงล้อมไปได้ ก่อนพบรถยนต์ของผู้ต้องหาจอดทิ้งไว้ที่ ลานจอดรถศรีเวช เขตภาษีเจริญ
เบื้องต้น จากแนวทางการสืบสวน เชื่อว่า นายชนทัต ยังคงกบดานในพื้นที่ กรุงเทพ ซึ่งจากประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถือเป็นตัวการของขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ และเป็นสมาชิกระดับหัวของแก๊งค์โอรส แม้ที่ผ่านมา ผู้ต้องหา ไม่เคยแตะต้องยาเสพติด แต่ทำหน้าที่ควบคุมสั่งการเท่านั้น
พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา ขอแสดงความเสียใจกับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของตำรวจ เพราะหากตำรวจไม่ตัดสินใจลงมือดังกล่าว อาจเกิดความสูญเสียมากกว่านี้ พร้อมยืนยันว่า ตำรวจได้รวบรวมความเสียหายของประชาชนไว้ในสำนวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับนายชนทัตและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งให้กับผู้เสียหาย พร้อมให้คำยืนยันว่า ตำรวจจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่
“ความเสียหายไม่ได้เกิดจากการกระทำของตำรวจ แต่เป็นการกระทำของผู้ต้องหา อยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของตำรวจด้วย”