เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.ท่องเที่ยว แจงยิบ 5 วันก่อน นักธุรกิจมาเลฯถูกอุ้ม

27 ต.ค. 2565 | sitthichai_nak

ตร.ท่องเที่ยว แจงยิบ 5 วันก่อน นักธุรกิจมาเลฯถูกอุ้ม

คำชี้แจง ช่วงเหตุการณ์ตำรวจท่องเที่ยว ปฏิบัติกับนักธุรกิจมาเลเซีย ถูกแจ้งร้องเรียนเรื่องดูดบารากู่ จนมีการเชิญตัวตรวจสอบเอกสารเดินทางวันที่ 19 ตุลาคม กระทั่งมีการหลบหนี ก่อนปรากฎตัวเป็นข่าวอีกครั้งในอีก 5 วันต่อมา ยืนยัน จะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากนี้ต่อไป

วันที่ 27 ตุลาคม 2565 ที่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) มอบหมาย พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา โฆษก บช.ทท.ชี้แจง กรณีนักธุรกิจชาวมาเลเซียถูกอุ้มโดยมีตำรวจท่องเที่ยวเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยว่า หลังรับทราบ ตำรวจท่องเที่ยวไม่ได้นิ่งนอนใจ  ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว3 ซึ่งควบคุมพื้นที่การท่องเที่ยวภาคใต้ เข้าตรวจสอบรายละเอียดทันที 

 

เบื้องต้น พบเหตุการณ์ วันที่ 19 ต.ค.2565 พลเมืองดีแจ้งมาว่า พบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นั่งดูดบารากู่อยู่บริเวณถนนกาญจนวณิช ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา เป็นประจำ โดยไม่มีตำรวจเข้าไปดำเนินการตามกฎหมาย หลังรับแจ้งแล้ว ร.ต.ท.ประวิต จางวาง รองสารวัตรตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย ด.ต.จารุวิทย​ แสงสุวรรณ ผบ.หมู่ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 จึงร่วมเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ  พบนักท่องเที่ยวต่างชาติ  Mr.Abdul Ghani bin Abdul Mana สัญชาติมาเลเซีย นั่งดูดบารากู่อยู่ จึงเชิญตัวไปยังจุดบริการนักท่องเที่ยวสะเดา เพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทาง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งไม่แจ้งเอกสารการเดินทางและเอกสารประจำตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่ ทั้ง 2 นาย จึงได้อธิบายความให้เข้าใจว่า จะขอเชิญตัวไปเพื่อตรวจสอบเอกสารการเดินทางและตรวจสอบการเข้าออกประเทศก่อนเท่านั้น จึงยอมขึ้นรถกระบะ พร้อมเครื่องดูดบารากู่ทั้งหมดไปเพื่อตรวจสอบด้วย ทั้งยังได้เชิญ นายศุภกิจ กานะ อายุ 46 ปี ซึ่งอยู่หน้าบ้านที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไปเป็นพยานในครั้งนี้ 

 

นอกจากนี้ ก่อนออกเดินทาง ตำรวจทั้งสองคนยังได้แจ้งภรรยานักท่องเที่ยวให้รับทราบด้วยว่า หากมีหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวรายนี้ ก็ให้นำตามไปด้วยจะได้ทำให้การตรวจสอบง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งในระหว่างเดินทางไปยังจุดบริการนักท่องเที่ยวสะเดาตามที่กล่าวไปนั้น นักท่องเที่ยวดังกล่าวได้อาศัยจังหวะที่รถเลี้ยวโค้งซึ่งต้องใช้ความเร็วช้าลง กระโดดลงจากรถหลบหนีไป

 

จากการตรวจสอบในเวลาต่อมา จึงพบว่า นักท่องเที่ยวรายนี้เดินทางออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2565 และเดินทางเข้ามาประเทศไทยใหม่อีกครั้งหนึ่ง  ในวันที่ 24 ต.ค.2565 โดยมาแจ้งความตามที่ปรากฎ ซึ่งทันทีที่สืบทราบว่า นักท่องเที่ยวรายนี้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีก ตำรวจท่องเที่ยวสงขลา จึงนำพยานหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเดาทันที

ขณะเดียวกัน ผบช.ทท. ได้สั่งกำชับให้ พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 สืบสวนข้อเท็จจริงควบคู่กันไปด้วยว่า ตำรวจท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวรายนี้มีพฤติกรรมใดที่เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวจะได้รายงานความคืบหน้าผลการดำเนินการให้สื่อมวลชนทราบต่อไปทุกระยะต่อไป

 

พล.ต.ต. อภิชาติ กล่าวยืนยันว่า  ตำรวจท่องเที่ยว จะตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด โดยจะดำรงไว้ซึ่งเป็นความเป็นธรรมให้กับทั้งสองฝ่าย และหากพบว่า พฤติการณ์ครั้งนี้ มีผู้อื่นใดเข้าไปเกี่ยวข้องโดยทุจริตแล้ว ก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวล่าสุด