เธอบอกอีกว่า ทางครอบครัวผู้ก่อเหตุก็รู้เรื่องมาโดยตลอด แต่ก็ได้แต่ห้ามปราม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ พอตนจะไปแจ้งความผู้ก่อเหตุก็ไม่กลัว เพราะผู้ก่อเหตุบอกว่าไม่กลัว อยากจะแจ้งความ หรือประจานอะไรก็ไปเลย กุไม่กลัว พร้อมกับพูดว่ารู้จักกับนายตำรวจยศใหญ่ หลายคน แถมยังเคยส่งข้อความมาขู่ว่า เดี๋ยวจะเสพยาและไปฆ่ามึงทั้งโครต
“เชื่อว่าเขาทำได้จริง เพราะจากที่ผ่านมาการกระทำของเขามันรุนแรงขึ้นเรื่อย แถมยังมีประวัติการทำร้ายร่างกายด้วย ส่วนตำรวจอยากฝากบอกว่า การที่ไปแจ้งความไปขอความช่วยเหลือ ก็ไปด้วยความบอบช้ำพอแล้ว ยังไม่เจอกับคำว่าเรื่องของผัวเมียไม่อยากยุ่งและความปลอดภัยของตัวเองอยู่ที่ไหน”
ขณะที่ ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต ระบุว่า หลังจากที่ได้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆพบว่าพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุถือว่ามีความรุนแรง คุกคามอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นสามีภรรยากันแต่หากมีการทำร้ายร่างกายกันถือว่าผิดกฏหมาย และทราบว่ามีการเข้าแจ้งความไว้ตั้งแต่ปี 2564 และคดีไม่มีความคืบหน้า เรื่องนี้จึงได้มีการประสานไปที่ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 เพื่อสอบถามในประเด็นดังกล่าวแล้วจึงทราบว่าในวันนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้สั่งการให้เจ้าของสำนวนคดีในพื้นที่ของ สภ.ปากเกร็ด ดำเนินการเรียกตัว ผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินการแจ้งข้อหา และจะประสานไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนคดีที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วในอีกหลายพื้นที่เพื่อให้เร่งรัดคดี
“ในส่วนของการคุ้มครองพยานในวันนี้จะส่งให้เจ้าหน้าที่จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักของผู้เสียหายและดำเนินการวางแผนเกี่ยวกับการคุ้มครองพยานเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เสียหายเอง”