นายษิทรา กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ได้สอบถามไปยัง บิ๊กตำรวจ "อดีตรอง ผบ.ตร." คนดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นปฏิเสธว่าหญิงที่ก่อเหตุไม่ใช่ลูกบุญธรรม และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ แต่ยอมรับว่ารู้จักกันจริง
ในเวลาต่อมา น.ส.รุ่ง ได้โทรหาบิ๊กตำรวจและได้เข้ามาที่สำนักงาน เพื่อขอชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมได้นำเอาของแบรนด์เนมมามอบให้ในลักษณะการติดสินบน และขอให้อย่าแจ้งความดำเนินคดี แต่บิ๊กตำรวจไม่รับและให้กลับไป พร้อมยืนยันว่าจะช่วยเหลือทำคดีให้กับผู้เสียหาย โดยเบื้องต้นจะแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการโพสต์ข้อความเชิญชวนทางเฟซบุ๊ก
ด้าน น.ส.ออย (นามสมมติ) ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า คำพูดเชิญชวนไม่ได้มีลักษณะหลอกลวง เพียงแต่มีการบอกว่าตนเองเป็นลูกสาวบุญธรรมของอดีตนายตำรวจใหญ่ จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ อีกทั้งยังมีการให้ทนายความมาการันตีความน่าเชื่อถือ โดยลักษณะการลงทุนเป็นการลงทุนในธุรกิจผงบะกุ๊ดเต๋ และมีการแบ่งกำไรร้อยละ 15 ทุกเดือน นอกจากนี้ยังมีการหลอกเชิญชวนให้ร่วมลงทุนแชร์ จ่ายลักษณะรวบรัดทุก 2 วัน หลักหมื่นบาท
“ส่วนตัวเป็นคนเก็บเงินลักษณะการออมดอกเบี้ยอยู่แล้ว จึงหลงเชื่อร่วมลงทุนตั้งแต่ปี 2564 จนเริ่มผิดสังเกตุ กระทั่งเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่ไม่ได้รับส่วนแบ่ง และไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนการลงทุนธุรกิจผงบะกุ๊ดเต๋ เป็นการลงทุนในลักษณะที่ยังไม่มีหน้าร้าน ไม่มีชื่อแบรนด์ มีเพียงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ และโพสต์ความน่าเชื่อถือด้วยการถือสัญญาร่วมกับทนายความ”