เนชั่นทีวี

ข่าว

“นันทนา” ชี้ “รัฐประหารเงียบ” ใกล้สำเร็จ! ปลุกสู้ต่อปมฮั้ว สว.-บาร์โค้ด

07 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“นันทนา” ชี้ “รัฐประหารเงียบ” ใกล้สำเร็จ! ปลุกสู้ต่อปมฮั้ว สว.-บาร์โค้ด

“นันทนา” เดือด ชี้การเมืองไทยกำลังเข้าสู่การ “รัฐประหารเงียบ” เตือนหากกลุ่มสีน้ำเงินยึดองค์กรอิสระ-สภาฯ-รัฐบาลได้ อำนาจจะถูกผูกขาด ลั่นไม่ยอมศิโรราบ เดินหน้าสู้ด้วยกระบวนการทางกฎหมายและการสื่อสาร ปมฮั้ว สว.-บาร์โค้ดเลือกตั้ง

“นันทนา” เดือด ชี้การเมืองไทยกำลังเข้าสู่การ “รัฐประหารเงียบ” เตือนหากกลุ่มสีน้ำเงินยึดองค์กรอิสระ-สภาฯ-รัฐบาลได้ อำนาจจะถูกผูกขาด ลั่นไม่ยอมศิโรราบ เดินหน้าสู้ด้วยกระบวนการทางกฎหมายและการสื่อสาร ปมฮั้ว สว.-บาร์โค้ดเลือกตั้ง

KEY

POINTS

  • เตือนภัยรัฐประหารเงียบ: "นันทนา" ชี้การเมืองไทยถูกกลุ่มสีน้ำเงินกินรวบองค์กรอิสระ สภาฯ และรัฐบาล ผูกขาดอำนาจโดยไม่ต้องใช้รถถัง
  • ประณามการฟ้องปิดปาก: อัด สว. ร้องสอบ กกต. เสียงข้างน้อย รวมถึง "พริษฐ์-ยิ่งชีพ" หลังร่วมขุดแฉความไม่ชอบมาพากลปมฮั้ว สว. และบาร์โค้ดเลือกตั้ง
  • ชู 2 แนวทางสู้ต่อ: ปลุกประชาชนใช้นิติสงครามฟ้องร้องตามกฎหมาย ควบคู่การสื่อสารเปิดแฉข้อมูลความจริงอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้กระแสตก

7 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) จัดเสวนาตรวจสอบทุจริตคดีฮั้ว สว. และบัตรเลือกตั้ง โดย นันทนา นันทวโรภาส สว. ขึ้นเตือนภัยการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ รัฐประหารเงียบ จากการรวบอำนาจผูกขาดของกลุ่มสีน้ำเงิน ที่ยึดองค์กรอิสระ สภาฯ และรัฐบาล พร้อมปลุกประชาชนร่วมเดินหน้าสู้ด้วยนิติสงครามและการสื่อสารปม ฮั้ว สว. และ บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยืนหยัดไม่ยอมศิโรราบต่อการฟ้องปิดปากและอำนาจที่ไม่ชอบธรรม

 

ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดห้องจัดเวทีอภิปรายและแถลงข่าวในหัวข้อ “แนวทางต่อไปการตรวจสอบทุจริต คดีโกงเลือก สว. และการเลือกตั้งทั่วไปกรณีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” โดยเชิญนักวิชาการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกลุ่มผู้สมัคร สว. สำรอง 2567 ร่วมเสวนา

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.)

 

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หนึ่งในผู้ร่วมเสวนากล่าวว่า ตนขอเชิญชวนทุกท่านร่วมรำลึก 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้ เราจะไม่ลืมว่าเป็นความรุนแรง เป็นอาชญากรรมต่อประชาชน และประวัติศาสตร์ที่ยังรอการชำระให้ความจริงปรากฏต่อคนรุ่นต่อไป อาจารย์นันทนากล่าวว่า 50 ปีผ่านไปมาถึงวันนี้ ความรุนแรงทางการเมืองไม่ได้ลดลงแต่เปลี่ยนรูปแบบไป จากอาชญากรรมต่อประชาชนมาเป็นอาชญากรรมต่อประชาธิปไตย โดยชี้ให้เห็นว่า หากเราคิดว่าการกินรวบประเทศไทยโดยสีน้ำเงิน เป็นเพียงการใช้อำนาจรัฐเพื่อกอบโกยผลประโยชน์เท่านั้น ท่านคิดผิด

 

เพราะการวางแผนยึดอำนาจจากทุกองค์กรคือ การยึดอำนาจรัฐโดยไม่ต้องใช้รถถัง และขบวนการนี้ถูกวางแผนมาอย่างรัดกุม โดยเริ่มจากการยึด สว. ผ่านกลไกรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว เมื่อยึด สว. ได้ก็ยึดองค์กรอิสระได้ วันนี้เราเห็นแล้วว่าผลจากการยึดองค์กรอิสระ กกต. ได้ เป็นเสียงข้างมาก ผลการตัดสินเป็นอย่างที่ท่านทราบ เมื่อยึดองค์กรอิสระได้ก็ยึดสภาผู้แทนราษฎร แปลว่าจะซื้อเสียง ใส่บาร์โค้ด โกงเลือกตั้ง ก็ไม่ถูกตัดสินว่าผิด เมื่อยึดสภาฯ ได้ก็ยึดรัฐบาลได้ เมื่อยึดรัฐบาลได้ก็ยึดระบบราชการได้ เมื่อยึดทั้งหมดนี้ได้ก็สามารถสถาปนาอำนาจใหม่

น.ส.นันทนากล่าวต่อไปว่า จะโกงอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นโกงสอบ กักตุนน้ำมัน ทำเว็บพนัน สนับสนุนสแกมเมอร์ จะเก็บเงินทอนเท่าไรก็ได้ ไม่มีคำว่าผิด ไม่มีการตรวจสอบ จะพัฒนาประชาชนให้มีความรู้เพื่อให้ปกครองง่าย มอมเมาให้ประชาชนหมกมุ่นกับกัญชา เมื่อยากจนรัฐบาลก็สงเคราะห์ ประชาชนเป็นหนี้บุญคุณในระบบอุปถัมภ์ เข้าสูตรกดให้จนแล้วกู้มาแจก จะพิทักษ์รัฐธรรมนูญที่รักษาอำนาจแห่งกลุ่มตน ขาดธรรมาภิบาล บิดเบือนกระบวนการยุติธรรมต่อไป รัฐบาลขาดวิสัยทัศน์ ไม่มีนโยบายมาขับเคลื่อนประเทศ ประเทศจะล้าหลังไม่สามารถแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ เกิดภาวะรวยกระจุกจนกระจาย รวยเฉพาะนักการเมืองและนายทุนกลุ่มสีน้ำเงิน ประชาชนจะยากจนแสนสาหัสถึงขั้น อาจจะต้องไปขายแรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน

 

รัฐบาลจะมีเสถียรภาพ ชนะการเลือกตั้งทุกครั้ง นายกฯ อยู่จนประชาชนเบื่อแค่ไหนประชาชนก็ต้องทน นี่คือฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้น หากการกินรวบประเทศเสร็จสมบูรณ์ ท่านรู้สึกคุ้น ๆ ไหมว่า ประเทศไทยกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกันกับประเทศที่ล้าหลังที่เรากำลังรบกับเขาอยู่ เพราะเราไม่อยากให้ลูกหลานของเราต้องใช้ชีวิตอยู่ในประเทศ ที่อาจเป็นรัฐล้มเหลวในอนาคต นันทนากล่าว

“แม้ว่าวันนี้คดีฮั้ว สว. คดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจะตัดสินไปแล้ว แต่เรายังคาใจกับผลของคำวินิจฉัยเหล่านี้ แม้น้ำจะท่วมเราก็สู้ และที่ทำให้เราเดือดจนสลิงแตกคือมี สว. ไปยื่นร้องสอบ กกต. เสียงข้างน้อยต่อสำนักงาน ป.ป.ช. และไปยื่นร้องนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ต่อศาลอาญา นี่ถือเป็นการฟ้องปิดปากอย่างชัดเจน ฟ้องให้คนเหล่านี้หยุดขุดหยุดแฉ”

น.ส.นันทนา กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นพวกเราจึงต้องออกมาส่งเสียงว่าพวกเราไม่ยอมจำนน และไม่ยอมศิโรราบต่ออำนาจอันไม่ชอบธรรมที่กดทับพวกเราอยู่ และขอเป็นกำลังใจให้กับ กกต. สิทธิโชติ คุณพริษฐ์ และนายยิ่งชีพ แต่คำถามคือเราจะสู้อย่างไรต่อไปกับการรัฐประหารเงียบที่ใกล้สำเร็จแล้ว การต่อสู้เพื่อธรรมาภิบาล ความยุติธรรม ความเป็นประชาธิปไตยของเราในวันนี้อาจยังมองไม่เห็นชัยชนะ เต็มไปด้วยอุปสรรคกำแพงใหญ่ที่ยากจะข้ามพ้น แต่หากทุกคนยืนหยัดเช่นเดียวกับขบวนการนักศึกษา 14 ตุลา 2516 มดก็สู้กับช้างได้ ขอให้ยึดกุมเป้าหมายและกำลังใจเข้าไว้

 

โดยขอเสนอแนะ 2 แนวทาง คือกระบวนการทางกฎหมายกับการสื่อสาร โดยเราต้องใช้นิติสงคราม คือกระบวนการฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมต่าง ๆ ในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ซึ่งเรื่องการฟ้องร้องตามกฎหมายต่าง ๆ เรามีกูรูทั้งด้านกฎหมายมากมาย ส่วนตนจะช่วยเรื่องการสื่อสาร นั่นคือการส่งเสียงแฉโพยความไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ ดังเช่นที่กลุ่ม สว. สำรองต่าง ๆ รวมทั้งพยานต่าง ๆ ออกมาเปิดเผยต่อประชาชน ทำให้ผู้คนจำนวนมากตาสว่าง เช่นเดียวกับการจัดงานอภิปรายแถลงข่าวของ ครป. ในวันนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเอพพิโซดในซีรีส์เรื่องโคตรโกง หากเราหยุดส่งเสียงกระแสก็จะหยุดตก เมื่อผู้คนไม่สนใจก็จะเปิดช่องให้เกิดการมุบมิบ ทำกันแบบลับ ๆ ล่อ ๆ ผลก็จะออกมาเทา ๆ แบบที่พวกเราเห็น

 

ข่าวล่าสุด