เนชั่นทีวี

ข่าว

"อรรถวิชช์" งัดหลักฐานโต้ "ชัชชาติ" งบบึงคู้บอน 254 ล้าน ไม่ใช่หมื่นล้าน

01 ต.ค. 2569 | titayu_pur

"อรรถวิชช์" งัดหลักฐานโต้ "ชัชชาติ" งบบึงคู้บอน 254 ล้าน ไม่ใช่หมื่นล้าน

"อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" โต้ "ชัชชาติ" แจงงบเวนคืน "บึงคู้บอน" เคยตั้งไว้แค่ 254 ล้านบาท ไม่ใช่ 1.1 หมื่นล้าน จี้ถามเหตุพับโครงการรับน้ำฝั่งตะวันออกทิ้ง 4 ปี

"อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" โต้ "ชัชชาติ" แจงงบเวนคืน "บึงคู้บอน" เคยตั้งไว้แค่ 254 ล้านบาท ไม่ใช่ 1.1 หมื่นล้าน จี้ถามเหตุพับโครงการรับน้ำฝั่งตะวันออกทิ้ง 4 ปี

KEY

POINTS

  • โต้ตัวเลขงบเวนคืน: อรรถวิชช์ ชี้หลักฐานเอกสาร กทม. ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบึงคู้บอนเดิมอยู่ที่ 254 ล้านบาท ไม่ใช่ 11,000 ล้านบาท ตามที่ชัชชาตินำไปรวมกับบึงบางชัน
  • ตั้งปมยื้อโครงการ 4 ปี: ตั้งข้อสังเกตโครงการผ่านประชาพิจารณ์และมติ ครม. ตั้งแต่ปี 2562 แต่ถูกพับทิ้งหลังเปลี่ยนผู้ว่าฯ พร้อมจี้ถามประเด็นความเชื่อมโยงที่ดินอสังหาฯ ในพื้นที่
  • ชาวบ้านจี้คืนบึงรับน้ำ: ตัวแทนประชาชนย้ำต้องการบึงคู้บอนทำงานควบคู่อุโมงค์ยักษ์หนองบอน เตือนการตัดพื้นที่ออกจากร่างผังเมืองใหม่ปี 2569 เสี่ยงทำ กทม. เสียพื้นที่พักน้ำฝั่งตะวันออก

1 ตุลาคม 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เปิดศึกงัดหลักฐานโต้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กรณีโครงการ บึงคู้บอน แก้ปัญหาน้ำท่วมฝั่งตะวันออก โดยนำเอกสารแจงค่าจัดกรรมสิทธิ์เวนคืนที่ดินเดิม ที่เคยตั้งไว้เพียง 254 ล้านบาท ไม่ใช่ 11,000 ล้านบาท ตามที่ นายชัชชาติ กล่าวอ้างเหมารวม พร้อมจี้ถามเหตุผลการพับโครงการทิ้งนานกว่า 4 ปี และตัดออกจากร่าง ผังเมือง กทม. ปี 2569 จนกระทบระบบระบาย น้ำท่วมกรุงเทพ ในระยะยาว

 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงโต้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ว่า

"ท่านผู้ว่าไม่ควรตอบเลี่ยงๆ แบบเหมารวมกับบึงรับน้ำอื่น ตอบให้ตรงครับ บึงรับน้ำคู้บอน พื้นที่รับน้ำฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ขนาดใหญ่ 870,000 ลูกบาศก์เมตร ในพื้นที่ 130 ไร่ พร้อมแล้วที่จะออก พ.ร.ฎ.เวนคืนก่อนท่านมารับตำแหน่งผู้ว่าในปี 2565 แต่ท่านยกเลิกโครงการ ไม่ยอมเวนคืนที่ดิน และไม่ใส่ในร่างผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ เพราะอะไร"

นายอรรถวิชช์ ได้แสดงเอกสารแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์โครงการนี้ในอดีต พร้อมชี้ให้เห็นข้อความค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบึงคู้บอน ที่ระบุเอาไว้เพียง 254 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งท่านผู้ว่าเลือกที่จะยุติโครงการไปแล้ว ขณะที่ผู้ว่าชัชชาติมาตอบในวันนี้ ปี 2569 ว่า บึงคู้บอนและบึงบางชันต้องใช้ 11,000 ล้าน ท่านตอบแบบเลี่ยงๆ และเหมาเอาบึงบางชันมารวมด้วย

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ

 

นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ตนติดตามเรื่องบึงคู้บอนมาตั้งแต่ปี 2564 และได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่า ปี 60 ผลประชาพิจารณ์ชาวบ้านเห็นด้วยให้ทำบึงรับน้ำคู้บอน

 

ต่อมาปี 62 มีเอกสาร กทม.ระบุว่า โครงการผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น และผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2562 และมีแบบภาพจำลองบึงรับน้ำแล้ว รวมถึงมีร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนแล้ว และปิดประกาศ ณ สถานที่ตั้งโครงการตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564   

 

ต่อมาปี 2565 ในเอกสารแผนปฏิบัติงานของสำนักการระบายน้ำ กทม.โครงการบึงรับน้ำคู้บอนก็ยังอยู่ จนกระทั่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ช่วงกลางปี 2565 โครงการก็ถูกยุติลง


 

ส่วนกรณีที่ดินบางส่วนในบึงรับน้ำคู้บอนที่ตก เป็นของบริษัทดังนั้น นายอรรถวิชช์ ระบุว่า บริษัทไม่ได้ทำผิดอะไรจากการเป็นเจ้าของที่ดิน แต่ท่านผู้ว่าตัดสินใจพับโครงการด้วยความเกรงใจที่ปรึกษาของท่านหรือไม่ เพราะก่อนเข้ามาร่วมทีมชัชชาติ ที่ปรึกษาคนดังกล่าวยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังดำรงตำแหน่งอยู่

 

นายอรรถวิชช์ ระบุว่า เคยยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในสภาสมัยที่ 26 และยืนยันว่า เป้าหมายไม่ใช่การเรียกร้องให้นายชัชชาติลาออก แต่ต้องการให้ กทม. ทบทวนและนำ “บึงรับน้ำคู้บอน” กลับมาเดินหน้าอีกครั้ง หลังโครงการเดิมเคยวางให้ทำงานควบคู่กับอุโมงค์ยักษ์หนองบอน เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วมฝั่งตะวันออก แต่วันนี้ กทม. จะเดินหน้าเฉพาะอุโมงค์เท่านั้น

 

สำหรับร่างผังเมือง กทม.ปี 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึง วันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ไม่ปรากฏว่ามีพื้นที่บึงรับน้ำคู้บอนอยู่ในร่างผังเมือง จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากพื้นที่ดังกล่าวไม่ถูกสงวนไว้ในผังเมือง อาจส่งผลต่อการรักษาพื้นที่ไว้รองรับน้ำในอนาคต

 

ด้าน นางสาวชวลักษณ์ เวียงวิเศษ ตัวแทนประชาชนในพื้นที่ ยืนยันว่า ชาวบ้านเรียกร้องให้สร้างบึงคู้บอนมาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อพักน้ำก่อนเข้าสู่ชุมชน หลังพื้นที่ริมคลองคู้บอน คลองสามวา และคันนายาวเผชิญน้ำท่วมสูงในปี 2554 โดยระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่เข้าร่วมประชาพิจารณ์ไม่ได้คัดค้านโครงการ อีกทั้งยังได้เข้าร่วมประชุมกับนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. ถึง 2 ครั้ง และร่วมกับสภาผู้บริโภคหารือเรื่องบึงรับน้ำและผังเมืองกับ กทม.

 

นางสาวชวลักษณ์ กล่าวว่า ชาวบ้านติดตามเรื่องกับสำนักงานเขตและ กทม. ต่อเนื่อง กระทั่งการหารือกับนายวิศณุ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ได้รับข้อมูลว่า กทม.จะไม่สร้างบึงคู้บอนและบางชัน แต่จะใช้ระบบอุโมงค์ระบายน้ำแทน พร้อมย้ำว่า ชาวบ้านได้สนับสนุนการสร้างอุโมงค์ แต่ต้องการให้มีบึงรับน้ำคู้บอนควบคู่กันด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่พักน้ำและลดผลกระทบต่อชุมชนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ 

 

ข่าวล่าสุด