"บิ๊กดุลย์" ลงสุวรรณภูมิ ส่งทหาร 131 นาย ช่วยขนกระเป๋า-ครัวการบิน
28 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"บิ๊กดุลย์" รมว.กลาโหม ลงพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ร่วมมือ AOT ระดมทหาร 131 นาย ช่วยบริหารจัดการสัมภาระผู้โดยสารและงานครัวการบิน ลดผลกระทบการเดินทาง
ข่าว
28 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"บิ๊กดุลย์" รมว.กลาโหม ลงพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ร่วมมือ AOT ระดมทหาร 131 นาย ช่วยบริหารจัดการสัมภาระผู้โดยสารและงานครัวการบิน ลดผลกระทบการเดินทาง
KEY
POINTS
28 กันยายน 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บูรณาการร่วมกับผู้บริหาร AOT เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าด้านการบริการ โดยจัดกำลังพลทหาร ช่วยสนามบินสุวรรณภูมิ รวม 131 นาย เข้าปฏิบัติการเร่งด่วน ในการจัดการระบบสัมภาระผู้โดยสาร และเสริมกำลังด้านครัวการบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น
ความคืบหน้าสถานการณ์วิกฤตที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่กระเป๋าผู้โดยสารชาวไทย-ต่างชาติ นับพันตกค้าง จากผลกระทบเหตุน้ำท่วม ที่ทำให้พนักงานภาคพื้นไม่เพียงพอ จนเที่ยวบินและการลำเลียงสัมภาระล่าช้า ล่าสุด พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลอากาศเอก อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของกำลังพลทหาร ที่เข้าร่วมสนับสนุนการบริหารจัดการภายในสนามบิน ทั้งด้านการขนย้ายสัมภาระ การอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และการสนับสนุนภารกิจที่จำเป็น เพื่อช่วยให้การให้บริการและการเดินทางของประชาชนดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ พลโท อดุลย์ ได้หารือร่วมกับผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบสถานการณ์และความต้องการสนับสนุน พร้อมร่วมวางแผนการใช้กำลังพลให้สอดคล้องกับภารกิจและจุดที่มีความจำเป็น โดยเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยทหาร และเจ้าหน้าที่สนามบินอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดผลกระทบและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้เดินทางให้ได้มากที่สุด
โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารสร้างการรับรู้ และความเข้าใจต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานข้อมูลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสื่อสารข้อมูลที่จำเป็นต่อผู้โดยสาร และประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ ทั้งความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา การให้บริการ ตลอดจนคำแนะนำที่จำเป็นต่อการเดินทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งลดความสับสนและความกังวลที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับการสนับสนุนของกองทัพอากาศ ได้จัดกำลังพลรวม 100 นาย ประกอบด้วย กำลังพลจากกรมทหารอากาศโยธิน จำนวน 69 นาย กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 23 นาย และกองบิน 46 จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 8 นาย เข้าสนับสนุนการบริหารจัดการด้านสัมภาระผู้โดยสารและการอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ขณะที่กองทัพบก จัดกำลังพลจากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จำนวน 31 นาย เข้าสนับสนุนภารกิจด้านครัวการบิน เพื่อเสริมกำลังในส่วนที่มีความจำเป็น และสนับสนุนให้ระบบการให้บริการของท่าอากาศยานดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
รวมกำลังพลจากกองทัพบกและกองทัพอากาศที่เข้าปฏิบัติภารกิจสนับสนุนในครั้งนี้ 131 นาย โดยกระทรวงกลาโหมพร้อมปรับและเพิ่มเติมกำลังตามสถานการณ์และความต้องการของท่าอากาศยาน เพื่อให้การสนับสนุนตรงกับภารกิจที่จำเป็นและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้กำลังใจกำลังพลและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำว่า ภารกิจของกองทัพในสถานการณ์นี้ คือการนำศักยภาพและกำลังพลที่มีอยู่เข้าไปสนับสนุนหน่วยงานที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานและประตูการเดินทางที่สำคัญของประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพพร้อมประสานการทำงานร่วมกับ AOT และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านกำลังพล การบริหารจัดการ และการสื่อสารข้อมูลต่อประชาชน โดยจะติดตามสถานการณ์และประเมินความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการสัมภาระ การให้บริการ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และความเข้าใจในสถานการณ์ด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และสนับสนุนให้การเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง