เนชั่นทีวี

ข่าว

เกาะติดสัปดาห์เดือด!  "ฝนถล่ม-ม็อบชน-ศาลสั่ง" เขย่าเสถียรภาพรัฐบาล

24 ก.ย. 2569 | thamsathit_pol

เกาะติดสัปดาห์เดือด!  "ฝนถล่ม-ม็อบชน-ศาลสั่ง" เขย่าเสถียรภาพรัฐบาล

"พยากรณ์อากาศ "แจ้งเตือนพายุฝนฟ้าคะนองฉันใด บรรยากาศทางการเมืองของประเทศไทยในยามนี้ก็ดูจะมืดครึ้มและตั้งเค้า "ซูเปอร์มรสุม" ที่พร้อมจะโหมกระหน่ำเข้าใส่รัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ฉันนั้น 

24 กันยายน 2569 สัปดาห์ปลายเดือนกันยายน 2569 กำลังตกอยู่ภายใต้สภาวะ "มรสุมรุมเร้า" ทั้งจากวิกฤตธรรมชาติและอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนระอุถึงขีดสุด  รัฐบาลปัจจุบันไม่เพียงแต่ต้องตั้งรับกับสถานการณ์น้ำท่วมและฝนฟ้าคะนองรุนแรง แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับ "เหตุฟ้าผ่าทางการเมือง" จากสองระลอกสำคัญ คือ การฟื้นคืนชีพของมวลชนกลุ่ม พธม. ที่เคลื่อนไหวจัดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้และการตัดสินคดีความสำคัญในชั้นศาล 

เนชั่นทีวีออนไลน์ พาไปเจาะลึกปฏิทินเหตุการณ์เดือดแบบวันต่อวัน เริ่มต้นจากการจับตาความเคลื่อนไหวของแกนนำฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและการอ่านคำพิพากษาคดีประธาน กสทช. ในวันที่ 25-26 กันยายนไปจนถึงวันตัดสินชะตากรรมของรัฐบาลในวันที่ 28 กันยายน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด  

การรวบรวมข้อมูลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คอการเมืองติดตาม คาดการณ์ และประเมินแรงสั่นสะเทือนที่จะเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของประเทศไทยได้อย่างเท่าทันสถานการณ์

24 กันยายน  2569   ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ปริมณฑลและหลายจังหวัดกำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมซ้ำซากจากการระบายน้ำของกรมชลประทาน ควบคู่ไปกับคำเตือนฝนตกหนักสะสมจากกรมอุตุนิยมวิทยา (23-27 กันยายน 2569) ในซีกของ "ทำเนียบรัฐบาล" และ "องค์กรอิสระ-ศาล" ก็กำลังเปิดหน้าประวัติศาสตร์สัปดาห์แห่งความระทึกที่อาจเกิดเหตุ "ฟ้าผ่า" พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน สะเทือนไปถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลทุกองคาพยพ 

 

สถานการณ์อุทกภัย หลังฝนตกต่อเนื่อง ที่กทม.และจังหวัดปริมณฑล
ศึกนอกสภา: ผวา "พธม. คืนชีพ" สัญญาณเตือนภัยฝ่ายความมั่นคง

25 กันยายน 2569  จับตาสองหน้าศึก "ม็อบบุก กกต." และ "คดีประธาน กสทช." ฝ่ายความมั่นคงจับตาความเคลื่อนไหวของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่เตรียมนำมวลชนบุกยื่นหนังสือและแสดงพลัง ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบเชิงรุก ก่อนจะเคลื่อนทัพข้ามจังหวัด นัยทางการเมือง นี่คือ "บททดสอบและมาตรวัด" ครั้งสำคัญของฝ่ายความมั่นคงว่า การปลุกชีพพลังมวลชนในนามพันธมิตรฯ ยุคใหม่ จะมีศักยภาพและจุดติดระเบิดเวลาเขย่าเสถียรภาพของรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด 

เกาะติดสัปดาห์เดือด!  "ฝนถล่ม-ม็อบชน-ศาลสั่ง" เขย่าเสถียรภาพรัฐบาล

ศึกในศาล นัดอ่านคำพิพากษาคดีประธาน กสทช. 

ศาลปกครอง นัดอ่านคำพิพากาษา คดีประธาน กสทช.  เวลา 15.00 น. ณ  ห้องพิจารณาคดี 12 ชั้น 3 อาคารศาลปกครองกลาง  โดย สื่อมวลชนทุกสำนักปักหลักเกาะติดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีโครงสร้างพื้นฐานและโทรคมนาคมระดับแสนล้าน ทั้งนี้ ทางศาลปกครองกลางได้วางมาตรการเข้มงวด โดยจัดการถ่ายทอดสดการอ่านคำพิพากษามายังห้องสัมมนา 3 ชั้น B1 ห้ามบันทึกภาพและเสียงทุกกรณี และอนุญาตให้คู่กรณีให้สัมภาษณ์ได้เฉพาะนอกเขตพื้นที่ศาล (นอกรั้ว) เท่านั้น โดยจะมีเอกสารข่าวแจกสรุปย่อให้อย่างเป็นทางการ 

เวทีปลุกมวลชน ชำแหละทุนต่างชาติ-นอมินี 

26 กันยายน 2569 พธม.เคลื่อนทัพลงใต้ ปักหมุดเวทีปราศรัยใหญ่ "หาดใหญ่" ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  จะมีการรวมตัวของขุนพลฮาร์ดคอร์และนักเคลื่อนไหวแถวหน้า นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ (ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน), นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี) และ นายนิติธร ล้ำเหลือ (ทนายนกเขา)  โดยกลุ่มเครือข่ายแพทย์วิถีธรรม จังหวัดสงขลา นำโดย นายมงคลวัฒน์ รัตนชล ร่วมเป็นหัวเรือใหญ่ในการระดมพล จับตาการปราศรัยโจมตีและกดดันการทำงานของรัฐบาลอย่างหนัก โดยเฉพาะประเด็นร้อนเรื่อง "การต่อต้านกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยเป็นนอมินีฮุบสมบัติชาติ" คาดการณ์ว่าจะมีมวลชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมสมทบประมาณ 200 - 250 คน เพื่อเป็นสารตั้งต้นในการกระจายกระแสไปทั่วประเทศ 

สนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

นาทีระทึกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี "บัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด"

28 กันยายน 2569 วันพิพากษา ชี้ชะตาเลือกตั้งโมฆะหรือไม่  ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมลงมติและทำคำวินิจฉัยในเวลา 09.00 น. ในคดีประวัติศาสตร์ว่า "บัตรเลือกตั้งติดบาร์โค้ด ถือเป็นความลับตามรัฐธรรมนูญหรือไม่" และคำวินิจฉัยนี้จะลุกลามส่งผลให้ การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต้องถูกตัดสินให้เป็น "โมฆะ" หรือไม่ 

แนวทางการวินิจฉัย แบ่งเป็น 2 แนวทาง กล่าวคือ  หากไม่โมฆะ รัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อ ลุยโครงสร้างนโยบายได้เต็มสูบ หากโมฆะ ส่งผลให้ประเทศไทยจะดิ่งสู่สุญญากาศทางการเมืองทันที ต้องเซตซีโร่ (Set Zero) จัดการเลือกตั้งใหม่ งบประมาณและแผนงานรัฐบาลทั้งหมดต้องสะดุดหยุดลง

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมถ่ายทอดสดคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการในเวลา 14.00 น. ซึ่งถือเป็นวินาทีชี้ชะตากรรมของนักการเมืองทั้งสภา ขณะที่วันเดียวกันนี้ เป็นกำหนดการที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี  มีกำหนดการเดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศพอดี การแลนดิ้งสู่ผืนแผ่นดินไทยในวันนั้น จึงเป็นคำถามตัวโตๆ ว่า ผู้นำรัฐบาลรายนี้จะกลับมาเพื่อรับ "ข่าวดี" ที่จะได้ไปต่อ หรือ "ข่าวร้าย" ที่อาจเปลี่ยนทิศทางกระดานอำนาจและโครงสร้างรัฐบาล

เวทีเสวนาเดือด ชำแหละปมร้อน "คดีฮั้ว ส.ว."

30 กันยายน 2569  ก่อนจะปิดท้ายสัปดาห์เดือดด้วยระเบิดเวลาลูกที่สามในวันสิ้นปีงบประมาณ 30 กันยายน กับเวทีชำแหละปมร้อน "คดีฮั้ว ส.ว." โดย ราชบัณฑิตยสภา เปิดเวทีเสวนาทางวิชาการในโครงการ "ราชบัณฑิตยสภานำความรู้สู่สังคม" ครั้งที่ 13 เวลา 10.00 - 12.30 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (อาคารซี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ) และถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ของสำนักงาน 

เวทีเสวนาวิชาการรอบนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสสังคมที่กำลังจับตาอย่างหนักหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติชี้มูลความผิดและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อดำเนินคดีอาญากับกลุ่มผู้ถูกร้องกรณีทุจริตการเลือก ส.ว. จำนวน 77 ราย (เป็น ส.ว. 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก 36 ราย และบุคคลอื่น 15 ราย) เวทีนี้จึงถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณขยี้แผลลึกทางการเมืองที่อาจเชื่อมโยงและส่งผลกระทบไปถึงเครือข่ายอำนาจระดับประเทศ

 

เกาะติดสัปดาห์เดือด!  "ฝนถล่ม-ม็อบชน-ศาลสั่ง" เขย่าเสถียรภาพรัฐบาล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลที่ได้รับเชิญมาร่วมเวทีเสวนา จัดเป็นอาจารย์บรมครูทางกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษกฤษฎา บุณยสมิต อดีตผู้ตรวจอัยการ ภาคีสมาชิก ราชบัณฑิตยสภา  ทำหน้าที่เป็นประธานเปิดงานและชี้แจงวัตถุประสงค์ของโครงการ

ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล (อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม) — ร่วมวิเคราะห์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ

นายวัส ติงสมิตร (อดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา) — ร่วมให้มุมมองด้านกระบวนการยุติธรรมและหลักธรรมาภิบาล

ศาสตราจารย์พิเศษวิชา มหาคุณ (อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอดีตประธานแผนกในศาลฎีกา) — เจาะลึกปมทุจริตและการตรวจสอบคอร์รัปชัน

รศ.ดร.โคทม อารียา  อดีตกรรมการการเลือกตั้ง และที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชน และสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล 

นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ (กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างน้อย และอดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา) — มือกฎหมายผู้เคยลงมติเห็นต่างในสำนวนคดีดังกล่าว ซึ่งสังคมกำลังลุ้นการเปิดใจและข้อสังเกตเชิงลึกจากภายในองค์กรอิสระ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก (Dilemma) ด้านหนึ่งต้องเร่งระบายน้ำและเยียวยาประชาชนปริมณฑลจากภัยเรนบอมบ์ แต่อีกด้านกลับต้องเผชิญมรสุมการเมืองที่อาจเกิดขึ้นจากคำสั่งศาลและการประท้วงขับไล่

สิ่งที่หน่วยงานความมั่นคง จับตาอย่างใกล้ชิดหลังจากนี้ คือ "ความต่อเนื่องของสถานการณ์" หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ หรือคดีฮั้ว ส.ว. ขยายผลไปถึงการเพิกถอนสิทธิ์ครั้งใหญ่ ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทางการเมืองในทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการ การประท้วงที่ยืดเยื้อ หรือการเปลี่ยนขั้วอำนาจใหม่ ปัจจัยเหล่านี้คือความเสี่ยงสูงสุดทางเศรษฐกิจและการบริหารราชการแผ่นดินที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมแผนรับมืออย่างเร่งด่วนที่สุด

ข่าวล่าสุด