นางนันทนา ยังเห็นว่า ที่มาของ กกต. ต้องยึดโยงกับประชาชน ไม่ใช่ให้ ส.ว. ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาเลือก ถือเป็นความอัปลักษณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ต้องมีการแก้ไขด่วน เพราะที่มาของ ส.ว. ที่วิปริตสร้างปัญหามาก แต่ยังมอบอำนาจให้เลือกองค์กรอิสระ ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลไม่เกิดขึ้นจริง และสุ่มเสี่ยงที่ประชาชนจะถูกกินรวบอำนาจโดยพรรคการเมืองที่ควบคุมองค์กรอิสระได้
ดังนั้น ข้อเสนอสำคัญคือ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริงเป็นผู้เลือกองค์กรอิสระ และที่มาของ กกต. ควรจะหลากหลาย ไม่ควรจำกัดเฉพาะข้าราชการ เพราะองค์กรอิสระจะกลายเป็นบ้านพักข้าราชการชราหลังเกษียณอายุ และควรลดอายุผู้สมัครลงให้เริ่มต้นที่ 35 ปี เพราะความแก่ไม่ได้ช่วยให้มีวุฒิภาวะ และกระบวนการสรรหาต้องเปิดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครให้ประชาชนได้รับรู้ รวมถึงจะต้องมีบทลงโทษผู้ดำรงตำแหน่งที่บิดเบี้ยว ไม่สุจริต ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนได้ และ สส. ก็อาจจะมีมติถอดถอน
นางนันทนา ยังมองว่า กกต. ควรมีการสื่อสารการเลือกตั้งกับประชาชน นอกจาก กกต. จะไม่ทำแล้ว ยังกีดกันผู้ที่เข้ามาช่วยรณรงค์ด้วย เช่น การเลือกตั้ง สส. - สว. ที่ กกต. ไม่เคยเข้ามาช่วยสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ แม้แต่เอกสารที่ส่งไปให้ประชาชนก็ยังพิมพ์ผิด แต่เมื่อภาคประชาชนเข้ามารณรงค์ก็กลับไปฟ้องร้อง ตนจึงหวังว่าสิ่งที่ตนได้นำเสนอเป็นแนวทาง จะถูกนำไปปรับปรุงเพื่อให้การเลือกตั้งประเทศไทยมีความเป็นสากล และเรียกได้เต็มปากว่า "Free and Fair Election"