นายณเรศ บัวนาถ อายุ 75 ปี ชาว อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เดินทางมาที่วัดหลังติดตามข่าวที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นวัดที่เคยเดินทางมากราบไหว้และมีความเลื่อมใส จึงรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เคยพาคนรู้จักเดินทางมาทำบุญที่วัด และไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องลักษณะนี้
นายณเรศ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลวัด หากพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมก็ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พร้อมมองว่าควรแยกแยะระหว่างพฤติกรรมของบุคคลกับตัววัดและพระพุทธศาสนา ไม่ควรเหมารวมว่าวัดหรือพระทุกรูปมีปัญหา เพราะยังมีพระสงฆ์และวัดอีกจำนวนมากที่ปฏิบัติหน้าที่และรักษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด
ขณะที่ นายสุทัศน์ ความคุ้นเคย อายุ 59 ปี ชาวคลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเดินทางมาวัดพุทไธศวรรย์เป็นประจำ กล่าวว่า หากเดินทางมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็มักจะแวะมาที่วัดแห่งนี้ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีความสงบและเคยเดินทางมาทำบุญหลายครั้ง โดยอยากให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยกันดูแลเรื่องความเหมาะสมภายในวัด รวมถึงป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นายสุทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พระที่บวชมานานอาจต้องเผชิญกับกิเลสและสิ่งยั่วยุต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันตรวจสอบและดูแล เพื่อรักษาความศรัทธาของประชาชนและภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันประชาชนควรใช้วิจารณญาณ แยกแยะข้อเท็จจริง และติดตามกระบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ระหว่างกระบวนการตามกฎหมาย โดยข้อกล่าวหาทั้งหมดต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้ถูกกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป