นายนฤชา กล่าวต่อว่า สำหรับการอนุญาตที่ผ่านมา ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตภายใต้หลักเกณฑ์ใด แต่ในปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวถูกมองในแง่ของสุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และความถูกต้องในการจัดการ ซึ่งเมื่อไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตจึงไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ หากพบว่ามีส่วนใดที่ผิดระเบียบก็ต้องดำเนินการแก้ไข
เมื่อถามว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้การช่วยเหลือด้วยหรือไม่
นายนฤชา ยืนยันหนักแน่นว่า "เป็นความผิดล้านเปอร์เซ็นต์" ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ย้ำว่ากฎหมายมีความเข้มข้นและมีหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติที่ครอบคลุม พร้อมระบุด้วยว่าจุดดังกล่าวเป็นสุสานของเอกชน
สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งเนรเทศชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างปัญหาให้กับประเทศไทย
นายนฤชา เปิดเผยว่า เป็นการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 โดยเราพร้อมต้อนรับชาวต่างชาติทุกคนที่เดินทางเข้ามาอย่างยินดี แต่เมื่อเข้ามาแล้วจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย หากใครมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อน กระทบต่อความเป็นอยู่หรือความสงบสุขของประชาชน ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าต่อไปนี้หากชาวต่างชาติคนใดเข้ามาสร้างความเดือดร้อน จะใช้มาตรการเนรเทศเพียงอย่างเดียวหรือไม่
นายนฤชา ชี้แจงว่า ในทางกฎหมายมีความผิดในหลายรูปแบบที่ระบุไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว และเมื่อถามถึงสถานการณ์ชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างความวุ่นวาย นายนฤชา ระบุว่า เท่าที่ได้รับรายงานในภาพรวมยังไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่เป็นข่าวก็เป็นเรื่องของพฤติกรรมเฉพาะรายที่ปรากฏตามสื่อ
ในส่วนของชาวอิสราเอลที่เข้ามาในประเทศไทย ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วงหรือไม่
นายนฤชา มองว่า ชาวต่างชาติที่เข้ามาแล้วอยู่อย่างสงบสุขมีเป็นจำนวนมาก จึงต้องพิจารณาเป็นรายกรณี ในภาพรวมพบว่าส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เพียงแต่ในช่วงที่มีการจัดกิจกรรมต่างๆ จะต้องมีการสื่อสารทำความเข้าใจกับสังคมให้ชัดเจนถึงรูปแบบการแสดงออก เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างปัญหาตามมา เนื่องจากบางพื้นที่ชาวต่างชาติสามารถอยู่ร่วมกับคนไทยได้อย่างสงบสุข อย่างไรก็ตาม หากจะมีการจัดกิจกรรมใดๆ ทางผู้จัดมักจะมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าเสมอว่าคือกิจกรรมอะไรและมีรูปแบบอย่างไร ทั้งนี้ ประเด็นที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะช่วงนี้มีกระแสข่าวต่างๆ ออกมาจำนวนมาก จึงทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัว ซึ่งตนมองว่าการจัดกิจกรรมของชาวต่างชาติถือเป็นเรื่องปกติและบางส่วนก็เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและตั้งรกรากอยู่นานแล้ว
เมื่อถามถึงการกำชับกระทรวงมหาดไทยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสอดส่องดูแลพื้นที่
นายนฤชา กล่าวว่า ทางกระทรวงฯ มีการกวดขันและสอดส่องทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา และเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้ไปรบกวนบรรยากาศความสงบสุขที่ควรจะเป็น พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยกันนำเสนอข้อมูลในมุมมองที่สร้างสรรค์ เพราะยังมีเรื่องราวในเชิงบวกอีกมาก ไม่จำเป็นต้องมองเป็นแง่ลบไปเสียทั้งหมด ทั้งนี้ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ที่ออกมา ถือเป็นมาตรการที่ชัดเจนและช่วยควบคุมความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถามย้ำว่ามาตรการเนรเทศถือเป็นมาตรการที่รุนแรงที่สุดแล้วหรือไม่
นายนฤชา ตอบทิ้งท้ายว่า "มีกฎหมายที่รุนแรงกว่านี้อีกมากมาย การเนรเทศเป็นเพียงมาตรการหนึ่งเท่านั้นในการที่จะทำให้สังคมสงบสุข"
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สั่งแล้ว! "ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา" สั่งย้ายศพ "สุสานยิวบางคล้า" ออกใน 7 วัน ชาวบ้านโล่งใจหวั่นกระทบอาชีพ "เกษตร-เลี้ยงกุ้งปลา" ใกล้สุสาน