ยธ.จ่อรื้อเกณฑ์ลดโทษ ปิดช่องโหว่ซ้ำรอย "เล่าต๋า แสนลี่"
20 ส.ค. 2569 | titayu_pur

กระทรวงยุติธรรมเดินหน้าทบทวนหลักเกณฑ์อภัยโทษและลดโทษใหม่ หลังพบช่องโหว่ระเบียบปี 2563 กรณี "เล่าต๋า" พ้นโทษก่อนกำหนด เตรียมเสนอ ครม. เคาะกรอบโทษขั้นต่ำ
ข่าว
20 ส.ค. 2569 | titayu_pur

กระทรวงยุติธรรมเดินหน้าทบทวนหลักเกณฑ์อภัยโทษและลดโทษใหม่ หลังพบช่องโหว่ระเบียบปี 2563 กรณี "เล่าต๋า" พ้นโทษก่อนกำหนด เตรียมเสนอ ครม. เคาะกรอบโทษขั้นต่ำ
KEY
POINTS
20 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานประชุมทบทวนหลักเกณฑ์ลดโทษและอภัยโทษ เพื่อแก้ปัญหาช่องโหว่ระเบียบปี 2563 และป้องกันไม่ให้เกิดกรณี ยธ.ปล่อยตัวนักโทษก่อนกำหนดซ้ำรอย เล่าต๋า แสนลี่ อดีตพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยเตรียมเร่งกำหนดกรอบอัตราโทษขั้นต่ำใหม่ให้รัดกุม ก่อนเสนอที่ประชุม ครม. ร่วมพิจารณาแก้ไขในอนาคตต่อไป
ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานทบทวน และพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งการประชุมในวันนี้ จะต้องมีการรายงานไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมหารือพิจารณาแนวทางในการแก้ปัญหาในอนาคตต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมใน 2 เรื่องหลัก คือ เรื่องที่ 1 พิจารณาในเรื่องการอภัยโทษ มอบหมายให้กรมราชทัณฑ์เป็นผู้รับผิดชอบ และเรื่องที่ 2 การกระทำผิดซ้ำ มอบหมายให้กรมคุมประพฤติเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเรื่องแรกได้มีการพูดคุยกับคณะกรรมการในเรื่องของการพิจารณาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเหมือนกรณีของ "เล่าต๋า แสนลี่" ซึ่งโทษแต่ละโทษที่ศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว จะมีเกณฑ์และกรอบกำหนดว่าจะต้องได้รับโทษจริงไม่ต่ำกว่าเท่าใด หากมีการลดโทษควรจะไม่ต่ำกว่าเท่าใด และโทษประหารชีวิตลดลงมาแล้วต้องไม่น้อยกว่าเท่าใด ซึ่งต้องดูรายละเอียดประกอบกันหลายส่วน โดยคณะทำงานย่อยจะพิจารณาอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคมที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยอมรับว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้นไม่ใช่เป็นการผิดระเบียบ และไม่ได้บกพร่องหรือทุจริตในหน้าที่ แต่ตัวระเบียบดังกล่าวเป็นระเบียบที่มีตั้งแต่ปี 2563 และได้ถือปฏิบัติมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งยอมรับว่าเป็นช่องโหว่ โดยหลังจากนี้จะต้องมีการพิจารณาในหลักเกณฑ์ของโทษทุกส่วน รวมถึงอายุของผู้ต้องขังที่ทำให้เกิดการลดโทษมากขึ้นจนเป็นประเด็นเช่นในปัจจุบัน
เมื่อถามว่า มีนักโทษที่ถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน แต่กลับไม่ได้รับการลดโทษเท่ากับนายเล่าต๋า นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่าไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้แม้จะใช้กฎหมายเดียวกัน แต่ต้องดูจากระเบียบ ณ ห้วงเวลานั้นที่จะใช้พิจารณาลดโทษ ซึ่งในขณะจับกุมนายเล่าต๋ามีอายุมากกว่า 70 ปี ซึ่งเข้าเกณฑ์ในเรื่องของนักโทษสูงอายุที่ได้รับการลดโทษ ต่างจากนักโทษคนอื่นที่ถูกดำเนินคดีในช่วงที่อายุไม่เข้าเกณฑ์ ดังนั้นจึงยืนยันว่าไม่ใช่การใช้ดุลพินิจที่ไม่ได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการพูดคุยกันถึงเรื่องเกี่ยวกับการเปรียบเทียบอัตราโทษกับต่างประเทศ ว่ามีเกณฑ์ใดที่จะนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาลดโทษได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น คดีฉ้อโกงที่ผู้ต้องหาต้องโทษจำคุกแต่ผู้เสียหายไม่ได้รับการเยียวยา ซึ่งทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อน จะมีการปรับเกณฑ์อย่างไรได้บ้าง และผู้ต้องขังที่กระทำผิดจำนวนหลายร้อยหรือหลายพันกรรม จะต้องดำเนินการอย่างไรเป็นต้น