เนชั่นทีวี

ข่าว

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

16 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

อ่านแนวทาง กกต. พิจารณาคดีฮั้ว สว. ยึดสำนวนคณะ 26 ประกอบความเห็นคณะ 36 ก่อนลงมติรายบุคคล 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

อ่านแนวทาง กกต. พิจารณาคดีฮั้ว สว. ยึดสำนวนคณะ 26 ประกอบความเห็นคณะ 36 ก่อนลงมติรายบุคคล 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

KEY

POINTS

  • กกต.ยึดสำนวนคณะ 26 เป็นหลัก พร้อมนำความเห็นคณะ 36 มาประกอบ หลังมีความเห็นแตกต่างกัน โดยคณะ 36 มีมติยกคำร้อง 229 ราย
  • พิจารณาข้อหาแยกรายบุคคล ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนอาจมีข้อหาไม่เท่ากัน ก่อน กกต.เว้น 1 สัปดาห์ แล้วลงมติเป็นรายคน รวม 229 ครั้ง
  • จับตาผลคดีฮั้ว สว. หากมีเพียงพยานบุคคลกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานอื่นประกอบ อาจมีน้ำหนักไม่เพียงพอ ขณะที่แนวโน้มการส่งศาลฎีกาบางส่วนมีแนวโน้มสูง

คดีฮั้ว สว. 229 คน เข้มข้นขึ้นทุกขณะ จับตา กกต.ลงมติชี้ชะตา หลัง “สิทธิโชติ” หนึ่งใน กกต. เปิดแนวทางพิจารณาแยกรายข้อหา-รายบุคคล ถอดรหัสสำนวน คณะ 26-36 เห็นต่าง จับตาผล “ส่งศาลฎีกา” บางส่วน หรือ ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหา

 

ถอดรหัสคำสัมภาษณ์ของ กกต. สิทธิโชติ อินทรวิเศษ ถึงกระบวนพิจารณา และการลงมติคดีฮั้ว สว.

 

1. “กกต.สิทธิโชติ” บอกว่า เราพิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน ใช้หลักการเดียวกับศาล แปลว่าข้อมูล หลักฐาน “นอกสำนวน” ไม่นำมาใช้พิจารณา

 

ข้อดี : ผู้ถูกกล่าวหามองว่าเป็นธรรม และป้องกันพยานกลับคำให้การในตอนหลังเพราะมีผลประโยชน์

 

 

ข้อเสีย : คดียืดเยื้อ พยานหลักฐานเพิ่มขึ้นจากการตรวจสอบของหลายๆ ฝ่าย แต่กลับไม่ถูกหยิบเข้าสำนวน

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

2. สำนวนมีสำนวนเดียว คือ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 จะยึดถือสำนวนนี้เป็นสำนวนหลัก “สำนวนเดียว”

 

3. ส่วนคณะอื่นๆ เช่น คณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เป็นเพียงผู้มาให้ความเห็น แปลว่าคณะ 36 ไม่ได้มีการไต่สวน แค่ตั้งขึ้นมาช่วยกรองสำนวน และให้ความเห็น

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

 

4. กกต.สิทธิโชติ บอกว่า กกต.ต้องพิจารณาตามสำนวนของคณะ 26 เป็นหลัก แล้วนำความเห็นของคณะที่ 36 มาประกอบการพิจารณาว่าเหตุผลที่เห็นแย้งกันนั้นเป็นอย่างไร เป็นการยอมรับครั้งแรกอย่างเป็นทางการว่า มติของคณะ 36 คือ ยกคำร้องทั้ง 229 คนจริงๆ ตามที่เป็นข่าว เพราะเห็นแย้งกับคณะ 26 ที่ให้ส่งศาลฎีกาทั้งหมด

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

 

5. คำวินิจฉัยของ กกต. จะมีช่องให้ใส่เหตุผลว่า วินิจฉัยตามเหตุผลของคณะ 26 หรือ คณะ 36 แปลว่า กกต.ให้น้ำหนักคณะ 36 เท่ากับคณะ 26 ทั้งๆ ที่กระบวนการทำงานต่างกันมาก ทำไมคำให้สัมภาษณ์ตอนแรก ท่านบอกว่า คณะที่ 36 แค่ให้ความเห็นในสำนวน แต่กลับให้น้ำหนักเท่ากันตอนนำมาวินิจฉัย

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

6. กกต.สิทธิโชติ อธิบายวิธีการพิจารณาสำนวนว่า พิจารณาเป็นรายข้อหา จากทั้งหมด 7 ข้อหา โดยแค่ข้อหาแรก ใช้เวลาเกือบ 1 เดือน ตอนนี้ถึงข้อหาสุดท้ายแล้ว โดยผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนถูกร้องเรียนเชื่อมโยงข้อหาแตกต่างกัน บางคนโดนข้อหาเดียว บางคนโดนหลายข้อหาใช้วิธีพิจารณาแยกแยะรายละเอียดแต่ละข้อหา แล้วนำมาประมวลภาพรวมทั้งหมด จากนั้นจึงลงมติวินิจฉัยรายคน

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

 

ข้อสังเกตประเด็นนี้ ตอนแรกมีการให้ข่าวว่าพิจารณาทีละจังหวัด ข่าวจากหลายแหล่งยืนยันตรงกันว่า พิจารณาเป็นจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งแตกต่างจากการพิจารณารายข้อหา

 

7. ประชุมข้อหาสุดท้ายเสร็จแล้ว จะทิ้งเวลาไว้ 1 สัปดาห์ ก่อนกลับมาลงมติวินิจฉัย โดยมีการวินิจฉัยรายบุคคล แปลว่าจะลงมติ 229 ครั้ง

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

 

8. เมื่อถูกถามถึงกรณีมีการกล่าวอ้างว่า แกนนำรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง กกต.สิทธิโชติ ตอบว่า “มีข้อกล่าวหาเป็นเพียงแค่พยานบุคคล ต้องหาหลักฐานอื่นมาประกอบบ้าง” และท่านยังขยายความว่า “หากเราส่งเรื่องไปศาล ถ้าพยานพูดกล่าวอ้างถึงใครแล้วเราส่งไปหมด โดยไม่มีหลักฐานอื่นประกอบ ศาลก็รับฟังไม่ได้เหมือนกัน”

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

 

แปลว่าถ้ามีแค่พยานบุคคลกล่าวอ้าง กล่าวหา จะยกคำร้องทั้งหมด!!!

 

9. กกต.สิทธิโชติ ตอบเรื่องเส้นเงินจากคนใกล้ชิด สส.อำนาจเจริญ โยงถึงอดีต จนท. กกต. โดยเจ้าหน้าที่โดนไล่ออก แต่ สส.อำนาจเจริญไม่โดนอะไร เพราะคนโอนไม่ใช่ตัว สส. ถ้าใช้หลักคิดนี้ แปลว่าคดีฮั้ว สว. 229 ราย สว.ตัวจริงจะรอดหมด เพราะเป็นคนถูกเลือก ไม่ได้ไปจ่ายให้ใครเลือก ส่วนฝ่ายการเมืองตัวใหญ่ แกนนำพรรค จะรอดหมด เพราะไม่ได้จ่ายเงินเอง ไม่มีเส้นเงินไปถึงแน่ เพราะ “มีม้าทำแทน”

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

แกนนำพรรค - 138 สว. รอเฮได้เลย!

 

ความน่าสนใจอีกประการหนึ่ง จากคำสัมภาษณ์ของท่าน กกต.สิทธิโชติ ประวัติของท่านมาจาก “สายศาล” เป็นอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และเคยเป็นประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ก็คือที่ท่านบอกว่า การพิจารณาสำนวนคดี ฮั้ว สว. ท่านพิจารณาเป็น “รายข้อหา” และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคน โดนข้อหาไม่เท่ากัน ข้อหาเดียวบ้าง หลายข้อหาบ้าง

 

โดยคำสัมภาษณ์นี้มีนัยให้ตีความ และตั้งข้อสังเกตได้หลายอย่างมาก

 

1. เป็นการบอกชัดๆ ครั้งแรกว่า ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคน โดนแจ้งข้อหาไม่เท่ากัน

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

 

2. ถ้าในสำนวนเป็นแบบนี้ การยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาบางกลุ่ม จะทำได้ง่ายมาก เช่น ถ้าแกนนำพรรคการเมืองบางคนโดนข้อหาเดียว คือ ไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. แล้วเกิดมีแค่พยานบุคคลกล่าวอ้างยืนยัน โดยไม่มีหลักฐานภาพถ่าย แบบนี้ก็ “ยกคำร้อง” แน่นอน สว.ตัวจริงอีก 138 คน ก็อาจโดนแค่บางข้อหาเช่นเดียวกัน และมีโอกาสยกคำร้องสูงมากเช่นกัน

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

 

ข้อมูลนี้แตกต่างจากคำสัมภาษณ์ของ สว. และนักการเมืองหลายคนที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาจาก “คณะ 26” ที่เคยพูดทำนองตำหนิว่า คณะ 26 copy-paste ข้อกล่าวหามาเหมือนกันหมด คือ โดน 7 ข้อหา ด้วยพฤติการณ์เหมือนๆ กัน ตรงนี้มีการตั้งคำถามว่าสรุปว่าแท้ที่จริงแล้ว ในสำนวนมีการแจ้งข้อหาแบบใดกันแน่

 

3. การพิจารณารายข้อหา แถมแจ้งข้อหาไม่เท่ากันทุกคน อาจทำให้การวินิจฉัยในมิติที่ว่า การฮั้ว สว. เป็นการกระทำจาก “ขบวนการใหญ่ที่เตรียมวางแผนมา” แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะแต่ละคนถูกกล่าวหาแต่ละแบบ ตามพฤติการณ์ และ กกต.ยังพิจารณาแยกรายข้อหา รายคน ไม่ได้เชื่อมเป็นขบวนการทั้งประเทศ หรือเป็นกลุ่มจังหวัด

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

 

ฟังจากคำสัมภาษณ์แบบนี้แล้ว การวินิจฉัยส่งศาลฎีกาทั้งหมด 229 คน โอกาสเท่ากับ 0 คือ “เป็นไปไม่ได้เลย” แต่โอกาส “ส่งศาลฎีกาบางส่วน” เป็นไปได้มากที่สุด ขณะที่แนวโน้มของการ “ไม่ส่งศาลฎีกาเลย” ก็แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะน่าจะมีบางคน ผิดบางข้อหาแน่นอน!

 

ถอดรหัส กกต.ชี้ชะตาคดี “ฮั้ว สว.” 229 ราย ส่อยกคำร้องอื้อ!

ข่าวล่าสุด