เนชั่นทีวี

ข่าว

"ปกรณ์" ชี้ทุจริตสอบท้องถิ่นเอี่ยว 100 คน จ่อสอบใหม่ส่งนายกฯ

04 ส.ค. 2569 | titayu_pur

"ปกรณ์" ชี้ทุจริตสอบท้องถิ่นเอี่ยว 100 คน จ่อสอบใหม่ส่งนายกฯ

ผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นเสร็จแล้ว! "ปกรณ์" ชี้พบผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ราย มีทั้งบิ๊กข้าราชการ-คนนอก เอี่ยวแก้คะแนน เสนอนายกฯ จ่อสั่งสอบใหม่ยกแผง

ผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นเสร็จแล้ว! "ปกรณ์" ชี้พบผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ราย มีทั้งบิ๊กข้าราชการ-คนนอก เอี่ยวแก้คะแนน เสนอนายกฯ จ่อสั่งสอบใหม่ยกแผง

KEY

POINTS

  • ผลสอบเสร็จสิ้น เสนอนายกฯ ฟันยกแผง: คณะกรรมการฯ สรุปผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นเสร็จแล้ว เตรียมส่งรายงานให้นายกรัฐมนตรีสั่งการดำเนินคดีอาญา แพ่ง วินัย และจริยธรรม
     
  • แฉพฤติการณ์แก้คะแนน เอี่ยวเกิน 100 ราย: ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่การขออัตราเกิน การควบคุมสอบ ไปจนถึงการแอบแก้ไขคะแนนบรรจุ โดยมีทั้งบิ๊กข้าราชการและคนนอกร่วมขบวนการ
     
  • เสนอสั่งสอบใหม่ทั้งหมด-ยันเรื่องยาวแต่จบแน่: นายปกรณ์ ยืนยันต้องยกเลิกและจัดสอบใหม่ทั้งระบบเนื่องจากเป็นความผิดรับผิดชอบขององค์กร ชี้กระบวนการนี้ยาวและไม่ง่าย แต่ต้องจบแน่นอน

4 สิงหาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปผลสอบกรณี ทุจริตสอบท้องถิ่น หลังลงพื้นที่สืบสวน 30 วัน เตรียมส่งรายงานตรงถึง นายกรัฐมนตรี พบกระบวนการบรรจุข้าราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีข้อบกพร่องสุ่มเสี่ยงเกือบทุกขั้นตอน ทั้งการขออัตราเกินจริง ลักลอบ แก้ไขคะแนน เอื้อประโยชน์ สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่รัฐ ตรวจพบผู้เกี่ยวข้องทั้ง บิ๊กข้าราชการ และคนนอกกว่า 100 ราย ชงฟันคดีอาญา-แพ่ง-วินัย พร้อมเสนอ มท. สั่ง สอบใหม่ ยกแผง ยันเรื่องยาวแต่ต้องจบแน่นอน


นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 4/2567 ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในการตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน ซึ่งหลังจากนี้ที่ประชุมจะมีการส่งรายงานและปรับปรุงข้อเสนอแนะ จากนั้นก็จะส่งไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งการโดยเร็วต่อไป 


พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้คณะกรรมการฯ ได้ทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏแล้ว ว่ากระบวนการที่เกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง และมีขั้นตอนใดที่มีข้อบกพร่องบ้าง

 

เราพบข้อบกพร่องในเกือบทุกขั้นตอน อีกทั้งยังมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 100 คน 




 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

นายปกรณ์ ระบุว่า ส่วนเรื่องการดำเนินคดีอาญา คดีทุจริต และคดีแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น เดี๋ยวจะว่ากันไปตามลำดับ เพราะอันนี้จะเป็นสารตั้งต้นที่จะบอกว่า กระบวนการมีข้อบกพร่องอะไรบ้าง และควรจะดำเนินการอย่างไรต่อ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการออกมา

 

สำหรับกรณีที่ประกาศผลสอบไปแล้ว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะรับไปดำเนินการต่อไป พร้อมยอมรับว่า กรณีดังกล่าวมีการพาดพิงถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ด้วย รวมถึงมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องหลายคน ส่วนทางคู่สัญญาก็มีปัญหาบางประเด็นที่จะต้องไปดำเนินการทางแพ่งเรื่องสัญญา เพราะเรื่องดังกล่าวเกิดความเสียหายมากมายต่อรัฐ

 

นายปกรณ์ ยังระบุว่า กรณีดังกล่าวจะต้องมีการสอบใหม่ทั้งหมด เพราะถือเป็นความรับผิดชอบขององค์กร แต่กลับปล่อยให้มีข้อบกพร่องและนำมาสู่เหตุการณ์เช่นนี้ ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยคงจะไปดำเนินการต่อ และพิสูจน์เจตนาเป็นรายบุคคล ก่อนทิ้งท้ายว่า

 

“เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ”

 

ขณะที่ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า ได้ใช้เวลาในการตรวจสอบภายใน 30 วัน ตามนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งให้ดำเนินการตรวจสอบ โดยย้อนไปดูจุดกำเนิดถึงการขออัตราว่ามีที่มาอย่างไร พบว่า มีความผิดปกติในเรื่องการขออัตรา ซึ่งจะเกี่ยวพันกับตัวเลขการรับรอง และการบรรจุ ซึ่งมีปริมาณมากกว่าการขออัตรา และเป็นข้อสังเกตที่เสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีในเรื่องการพิจารณากรอบอัตรา


ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ดูว่า ตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบ และหลังสอบ มีอะไรที่เป็นข้อบกพร่อง หรือ เป็นจุดผิดสังเกตที่นำไปสู่การทุจริตได้ โดยก่อนการสอบได้พิจารณาข้อมูลที่ได้มาจากการดูเอกสาร และเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ ทีโออาร์ที่ออกมาปฏิบัติถูกต้อง หรือ เอื้ออะไรหรือไม่ ขณะที่ระหว่างสอบก็มีการคุมสอบ การแบ่งศูนย์สอบ แต่ช่วงที่สำคัญ คือ หลังการสอบ


ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ช่วงหลังการสอบมีประเด็นเรื่องการแก้ไขคะแนน การประกาศรับรองบุคคลที่ผ่านการสอบ ซึ่งมีการแก้ไขทั้งจำนวน และมีความผิดปกติของใบคะแนน ดังนั้น สิ่งที่ได้ข้อเท็จจริงมาได้ข้อยุติทั้งหมดในเบื้องต้น และจะทำข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องของตัวบุคคลที่เข้าข่ายอาจต้องถูกดำเนินคดี ทั้ง แพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องต่อยอดในส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป เพราะคณะกรรมการไม่ได้มีหน้าที่ในเรื่องนี้


ส่วนการปรับปรุงทบทวนองค์คณะ หรือ วิธีการทั้งหมด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ก็จะเสนอว่าส่วนราชการใด เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก.พ. จะรับทำเรื่องใด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ท. ป.ป.ง. จะเดินในมิติของการดำเนินคดีอย่างไร ถือเป็นบทสรุปที่ได้จัดทำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้รับความคิดเห็น และจะต้องปรับรายละเอียดอีกเล็กน้อย คาดใช้เวลา 1 - 2 วัน ก่อนจะนำเสนอประธาน และคณะกรรมการตรวจสอบอีกครั้ง และรายงานต่อนายกรัฐมนตรี 



พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ข่าวล่าสุด