"พีมูฟ" บุกปักหลักทำเนียบฯ ค้านยุบธนาคารที่ดิน ตร.คุมเข้ม
03 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

"พีมูฟ" บุกทำเนียบฯ ปักหลักค้านยุบ "ธนาคารที่ดิน" เผยเบื้องลึกหน่วยงานที่ถูกเซ็ตวันหมดอายุไว้แต่แรก ครม. ขยายเวลาสั้นถึง ก.ย. 69 ก่อนโอนภารกิจให้ สคทช.
ข่าว
03 ส.ค. 2569 | thunchanok_kul

"พีมูฟ" บุกทำเนียบฯ ปักหลักค้านยุบ "ธนาคารที่ดิน" เผยเบื้องลึกหน่วยงานที่ถูกเซ็ตวันหมดอายุไว้แต่แรก ครม. ขยายเวลาสั้นถึง ก.ย. 69 ก่อนโอนภารกิจให้ สคทช.
KEY
POINTS
3 สิงหาคม 2569 เครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) จากทุกภูมิภาค ทยอยเดินทางมาปักหลักชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่เคยยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล
ขณะที่ ตำรวจนครบาลระดมกำลังกว่า 3 กองร้อย เข้าดูแลพื้นที่ คงเตรียมพร้อมบังคับใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ และประกาศพื้นที่รัศมี 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาลเป็นเขตห้ามชุมนุม ส่งผลให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของมาตรการดังกล่าว และข้อกังวลต่อการใช้กฎหมายที่อาจกระทบต่อเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบของประชาชน
สำหรับเครือข่ายขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ People’s Movement for a Just Society (P-Move) นำโดย นายจำนงค์ หนูพันธ์ พร้อมด้วยผู้ชุมนุม ราว 20 คน ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมชุมนุมค้างแรม พร้อมเตรียมยื่นหนังสือต่อรัฐบาล แสดงจุดยืนคัดค้านแนวคิดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้ยุบ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) (บจธ.) ภายในเดือนกันยายน 2569
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นว่า การยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน จะส่งผลกระทบต่อภารกิจด้านการกระจายการถือครองที่ดินและการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่ดินของประชาชน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลต่ออายุการดำเนินงานของหน่วยงานดังกล่าว เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจตามวัตถุประสงค์เดิมได้อย่างต่อเนื่อง และเตรียมเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อผลักดันข้อเรียกร้องต่อฝ่ายรัฐบาล
นับถอยหลังเข้าสู่เดือนกันยายน 2569 ชื่อของ "สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน)" หรือ บจธ. ที่คนทั่วไปเรียกติดปากว่า "ธนาคารที่ดิน" กำลังจะถูกลบออกจากผังหน่วยงานของรัฐไทย
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐเพื่อลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ โดย บจธ. จะเป็นหน่วยงานแรกที่ถูก "ยุบ" นำร่อง เนื่องจากมีภารกิจซ้ำซ้อน และมีการขยายเวลาการดำเนินงานมานานหลายปี เบื้องต้นจะโอนภารกิจไปรวมกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) แทน
อย่างไรก็ตาม หากย้อนอ่านเอกสารที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จะพบว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การ "ยุบกะทันหัน" อย่างที่ดูจากหน้าข่าว หากแต่เป็นบทสรุปของหน่วยงานที่ถูกออกแบบมาให้มี "วันหมดอายุ" ติดตั้งอยู่ในตัวเองตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้ง
บจธ. จัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 10 พฤษภาคม 2554 มีผลบังคับใช้วันที่ 9 มิถุนายน 2554 โดยมีภารกิจหลักในการจัดตั้ง "ธนาคารที่ดิน" และกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนให้เข้าถึงที่ดินทำกิน
เมื่อธนาคารที่ดินตัวจริงไม่เกิดขึ้นตามกำหนด บจธ. จึงต้องอาศัยมติคณะรัฐมนตรีต่ออายุตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า รวมแล้ว 3 ครั้ง ตลอด 9 ปี
ในการเสนอต่ออายุรอบที่ผ่านมา บจธ. ได้ยกร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ ขอขยายเวลาออกไปอีก 5 ปี ถึง 7 มิถุนายน 2573 โดยให้เหตุผลว่าต้องดำเนินภารกิจช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นเกษตรกรที่รอความช่วยเหลืออีกจำนวนมากจะได้รับความเดือดร้อน
ทว่าเมื่อเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 13 พฤษภาคม 2568 ครม. กลับไม่ต่ออายุยาว 5 ปีตามที่ขอ แต่ขยายให้เพียงสั้น ๆ ถึง 30 กันยายน 2569 พร้อมตั้งโจทย์ชัดว่าเป็นการขยายเพื่อ "ศึกษาทบทวนบทบาทภารกิจและความจำเป็นในการมีอยู่" ของ บจธ. และในช่วงเวลานี้ให้ปฏิบัติภารกิจ เท่าที่จำเป็นและไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นเท่านั้น
นั่นเท่ากับว่าการต่ออายุรอบล่าสุด ไม่ใช่ "ไฟเขียว" ให้ไปต่อ แต่เป็นการตั้งนาฬิกานับถอยหลังครั้งสุดท้าย และคำตอบของการ "ทบทวนความจำเป็น" ก็กำลังชัดเจนขึ้นแล้วในวันนี้ คือ ยุบ แล้วโอนงานให้ สคทช.