เนชั่นทีวี

ข่าว

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

26 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

KEY

POINTS

  • นายกฯ อนุทิน นำครม.-มท. ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช
  • ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
  • ย้อนพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 ก่อนทรงได้รับการสถาปนาเมื่อปี พ.ศ. 2560

26 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

 

โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ นายศักด์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยอธิบดี ผู้ว่าการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี

 

โอกาสนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางมาถึงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายสักการะ ณ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายในพระอุโบสถ แล้วกราบสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป และประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์

 

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

 

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

 

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

 

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

 

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

 

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

 

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จออกทรงบาตรพระสงฆ์ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จออก ณ ไพทีหน้าพระอุโบสถ และทรงบาตรพระสงฆ์ จากนั้น สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ และพระสงฆ์จากโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ เพื่อถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จำนวน 108 รูป เดินรับบิณฑบาต โดยมีนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้ร่วมพิธี ร่วมตักบาตรถวายพระกุศลโดยพร้อมเพรียงกัน

 

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ณ บ้านเลขที่ 28 หมู่ 1 ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี มีพระชนก ชื่อ นายนัย ประสัตถพงศ์ (แซ่ตั๊ง) และพระชนนี ชื่อ นางตาล ประสัตถพงศ์ สกุลเดิม วรกี เป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 9 คน โดยมีพระอนุชาที่ดำรงสมณเพศ 1 รูป คือ พระพรหมมงคลวัชราจารย์ (ไสว วฑฺฒโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศาราม วรวิหาร จังหวัดราชบุรี

พระองค์ทรงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ. 2483 ณ วัดสัตตนารถปริวัตร วรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วย้ายไปทรงศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดตรีญาติ โดยมีพระครูศรีธรรมานุศาสน์ (โสตถิ์ สุมิตฺตเถร) เป็นพระอาจารย์คอยอบรมพระธรรมวินัย โดยพระองค์ได้ทรงศึกษาจนสำเร็จเปรียญธรรม 4 ประโยค ในปี พ.ศ. 2488 กระทั่งต่อมา ได้ทรงเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และได้ทรงศึกษาพระปริยัติธรรมต่อในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร จนสำเร็จเปรียญธรรม 6 ประโยค

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช" โดยทรงเป็น สมเด็จพระสังฆราช ลำดับที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 

ภาพและข้อมูลจาก กระทรวงมหาดไทย PR
 

ข่าวล่าสุด