"กมธ.ที่ดิน - สุชาติ" เคลียร์ปมทับลานลงตัว ลั่นยึดความถูกต้อง ชาวบ้านเดิมได้สิทธิ์-นายทุนรุกป่าไม่รอด
ขณะที่การประชุม กมธ.ที่ดิน วันนี้ นางสาวกุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน แถลงข่าวภายหลังการประชุมพิจารณาผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
วันนี้นายสุชาติ มาด้วยตัวเอง ซึ่งตั้งแต่ตนเป็น สส. มา ในห้องกรรมาธิการไม่เคยมีรัฐมนตรีคนไหนมาชี้แจงด้วยตัวเอง ทำให้สามารถคลายความสงสัยของหลายหน่วยงาน รวมถึงกลุ่ม Save ทับลาน และกลุ่มอื่น ๆ ก็มาร่วมรับฟังด้วยเช่นเดียวกัน ประเด็นสำคัญคือเรื่องของการพิสูจน์สิทธิ์ รัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงว่า ได้ตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์แล้วเมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) และในคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะขอเพิ่มสัดส่วนของ กมธ.ที่ดิน เข้าไปด้วย 1 คน คือ นายชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของ กมธ.ที่ดินอยู่แล้ว
ในเรื่องข้อสงสัยที่เป็นที่ดิน สปก. บวม รัฐมนตรีก็ยืนยันว่า ที่บวมก็จะเอากลับมา ใครที่ทำถูกต้องก็ได้สิทธิ์ไป ใครที่ทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีไป ต้องมีการพิสูจน์เป็นรายแปลง กรรมาธิการถือเป็นโต๊ะกลางที่ให้ทุกฝ่ายมาพูดคุยเจรจา หลายข้อที่หลายคนยังกังวลใจก็พูดคุยหาทางออกในห้องกรรมาธิการครั้งนี้ ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมาธิการจะทำความเห็นที่เป็นประโยชน์ส่งไปให้หน่วยงาน เช่น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) และ สปก. ก็ต้องทำตัวเองให้ศักดิ์สิทธิ์ด้วยในการตรวจสอบพิสูจน์สิทธิ์ และ กมธ.ยังได้ส่งความเห็นไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ให้ลงไปทบทวนปรับเปลี่ยนมติ ครม. เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เปลี่ยนจาก สปก. เป็น คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ว่าสามารถทำได้หรือไม่ ตรงนี้ก็จะเพิ่มความโปร่งใสมากขึ้น
"เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อน ที่ทำกินของชาวบ้านกว่า 50 ปีจะได้แก้ไขสักที พร้อมยืนยันว่า ทับลานโมเดล จะไม่มีการนำไปใช้ในพื้นที่อื่น ๆ แน่นอน เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีเฉพาะ ทับลานเป็นมะเร็งระยะที่ 4 ก็ต้องใช้ยารักษาตัวนี้ ดังนั้นมะเร็งระยะ 1 ไข้หวัด จะใช้ตัวเดียวกันไม่ได้แน่นอน" นางสาวกุลวลีกล่าว
ชี้ คกก.พิสูจน์สิทธิ์แบบรายแปลง
ด้าน นายสุชาติ กล่าวเสริมว่า วันนี้ได้เปิดใจทั้งหมดให้ที่ประชุม สิ่งเหล่านี้คือเราจะสร้างประวัติศาสตร์ คือการแก้ไขปัญหาที่สะสมกันมา สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าทางด้านคนที่ไม่สบายใจ เราก็ได้เคลียร์ทุกประเด็นว่า เราจะพิสูจน์สิทธิ์ในกลุ่มที่เป็นประชาชนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มนายทุนหรือกลุ่มที่ไม่ถูกต้อง ก็จะใช้กฎหมายของกรมอุทยานเข้ามาควบคุมตรงนี้
"กลุ่มทุนนายทุนที่มีคดีอยู่ทั้งหมด คณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์พิจารณารายแปลงอยู่แล้ว ไม่มีเล็ดลอดสายตาแน่นอน และผมไม่มีเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผมต้องการให้ประชาชนได้รับสิทธิ์ความชอบธรรม และเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับมาว่า ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย" นายสุชาติ กล่าว
นายสุชาติ ยังกล่าวว่า วันนี้ที่คุยกันในกรรมาธิการที่ดิน เราคุยกันในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ผู้ที่ต้องการให้ปัญหาที่สะสมมานี้จบในยุคของพวกเรา ขอบคุณทุกฝ่ายที่เข้าใจและหาจุดที่ลงตัวกันได้ ยืนยันว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมามีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน คู่กับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนั้นยังมีทางมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และนายชัยวัฒน์ รวมถึง สปก. และผู้ตรวจการแผ่นดินมาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ทั้งหมด ขอให้ทุกคนมั่นใจและสบายใจได้
"ชัยวัฒน์" ร่วมวง คกก. พร้อมสแกนเข้ม สบายใจ "รมว.ทส." รับปาก "ทับลานโมเดล" ไม่ใช้กับที่อื่น
ด้าน นายภาณุเดช กล่าวว่า ตนขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ดินที่เชิญมาแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยเฉพาะเรื่องข้อกังวลห่วงใย และพยายามหาแนวทางในการกำหนดมาตรการ เพื่อให้ข้อกังวลมีความคลี่คลายลง ตนเชื่อว่าประชาชนคนไทยทุกคน มีความกังวลต่อผืนป่าทับลาน ซึ่งสิ่งที่เราพยายามหาคำตอบวันนี้และทราบว่า ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเดือดร้อนอยู่จริง จึงต้องมีมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องเพื่อที่จะลดปัญหาที่มีมาตลอดให้ได้
ขณะเดียวกัน สัตว์ป่าและผืนป่าที่อยู่ในพื้นที่โดยรอบ ก็ต้องอยู่ได้ด้วยเพราะตรงนั้นเป็นผืนป่ามรดกโลก จึงได้คุยถึงข้อห่วงกังวลเหล่านี้ รวมถึงการกำหนดมาตรการว่า เราต้องคงคุณค่าความสำคัญในการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก ตามที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลก จะต้องมีมาตรการในการดำเนินการอย่างไร
ส่วนกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบแต่ละกลุ่ม จะมีวิธีการในการบริหารจัดการอย่างไร เพื่อจะให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และคนที่ไม่ใช่ต้องมีกระบวนการในการตรวจสอบ และต้องดำเนินคดีเพื่อให้ประชาชนได้คลายความกังวลว่า คนที่อยู่ในกลุ่มได้รับความเดือดร้อนจริงจะได้รับการแก้ไข ไม่ใช่กลุ่มนายทุนที่อยู่ในพื้นที่หรือบุคคลภายนอก
นายภาณุเดช ยังกล่าวถึงข้อกังวลว่า โมเดลการแก้ไขปัญหากรณีทับลาน จะถูกนำไปใช้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศหรือไม่ ซึ่งก็มีความชัดเจนจากในที่ประชุมว่า โมเดลนี้จะถูกใช้เฉพาะในพื้นที่ทับลาน เพราะบริบทของปัญหามีความแตกต่างกัน สำหรับพื้นที่อื่นก็มีมาตรการทางกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาตรา 64 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาตรา 121 ในการแก้ไขปัญหาสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลไกที่จะต้องดำเนินการกันต่อไป
ขณะที่นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ต้องขอบคุณนายสุชาติ ได้พูดในที่ประชุม กมธ. ถึงเรื่องที่ตนห่วงคือ “ทับลานโมเดล” ว่าจะถูกนำไปใช้กับพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นปมที่ตนคาใจ อยากให้นายสุชาติพูดชัดเจนว่า จะไม่มีโมเดลนี้ไปใช้กับที่อื่น ซึ่งตนสบายใจแล้วในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องที่ 2 สำหรับชาวบ้านที่อยู่มาก่อนพื้นที่ประกาศป่า กลุ่มคนที่ไม่เคยย้ายถิ่นหรือว่าเปลี่ยนมือการถือครอง ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับสิทธิที่ดินอย่างแน่นอน เป็นไปตามมาตรา 64 ตาม พ.ร.บ. พื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ แน่นอน
โดยพื้นที่โซนที่หนึ่ง ที่มีการออกเอกสาร สปก. ไปแล้ว ขอให้ประชาชนไม่ต้องตกใจ ซึ่งจุดนี้มีปั๊มน้ำมันและโรงเรียนยอมรับว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของ ส.ป.ก. มาก่อนแล้ว ทางเรายอมรับผิดว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติทับลาน มีการขีดเส้นเขตทับพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งประกาศในปี 2521 พื้นที่ 53,000 ไร่ ส่วนโซนที่สอง (หมู่บ้านไทยสามัคคี) จะต้องไปทำการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายบุคคล เพราะรายละเอียดเยอะมาก
วันนี้ตนสบายใจมากเพราะถือว่าได้รับเกียรติจากนายสุชาติ ที่ให้เกียรติโทรหาตน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ยอมรับว่าน้อยใจรัฐมนตรี ทั้งที่ตนเป็นคนใกล้ตัวแต่ไม่คุยกับตน ไม่ชัดเจน แต่วันนี้มีความชัดเจนแล้ว ตนจึงอยากจะฝากถึงกรณีราษฎร 23 ราย ที่ตนเคยจับกุมไว้ ทั้งหมด 522 คดี ก่อนที่จะมีการประกาศเขตพื้นที่อุทยาน ซึ่งขณะนั้นเขาเป็นคนเดิมที่มีการถือครองที่ดินกลับมา แต่ว่ามีการปรับเปลี่ยนอาชีพ เพียงในเวลานั้นเขาอยู่ผิดอาชีพเท่านั้น ตนจึงฝากไปถึงนายสุชาติให้ช่วยราษฎรกลุ่มนี้ 23 คน ซึ่งเป็นคนที่อยู่มาดั้งเดิม ไม่ใช่ตนจะค้านทั้งหมดจึงอยากให้รัฐมนตรีช่วยทั้ง 23 คนนี้อาจจะมีการออกมติคณะรัฐมนตรีใหม่มาเฉพาะกรณีนี้