ฉาวระดับโลก! สื่อนอกตีข่าวไทย "โกง" สอบข้าราชการท้องถิ่น
25 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

ฉาวโลก สื่อนอก SCMP ตีข่าวไทยทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น แฉขบวนการแก้คะแนนคอมพิวเตอร์ แลกสินบนหัวละ 8 แสนบาท ทำลายภาพลักษณ์ประเทศยับเยิน
ข่าว
25 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

ฉาวโลก สื่อนอก SCMP ตีข่าวไทยทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น แฉขบวนการแก้คะแนนคอมพิวเตอร์ แลกสินบนหัวละ 8 แสนบาท ทำลายภาพลักษณ์ประเทศยับเยิน
KEY
POINTS
25 มิถุนายน 2569 สื่อฮ่องกง "South China Morning Post" หรือ SCMP ของฮ่องกง รายงานว่า เจ้าหน้าที่ไทยถูกจับกุม ฐานแก้ไขคะแนนสอบแลกกับเงินสินบนสูงถึง 24,000 ดอลลาร์ (8 แสนบาท) ที่ผู้สมัครสอบหลายพันคนยอมจ่าย เพื่อให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการ ในคดีฉ้อโกงที่มีมูลค่าความเสียหายหลายล้านดอลลาร์ (หลายพันล้านบาท)
คดีทุจริตอื้อฉาว "โกงสอบข้าราชการไทย" กำลังทำลายภาพลักษณ์ของไทยในระดับภูมิภาค โดย SCMP รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้สั่งการให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบเข้ารับราชการ หลังมีรายงานว่า มีการแก้ไขผลคะแนนสอบจำนวนหลายพันรายการ เพื่อช่วยให้ผู้เข้าสอบหลายคนสอบผ่าน โดยแลกกับเงินสินบนสูงถึง 24,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อครั้ง
เรื่องอื้อฉาวนี้ปะทุขึ้น หลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ปราบปรามการทุจริต บุกเข้าตรวจสอบสถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันอังคาร (23 มิถุนายน 2569) และพบว่ามีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 10 คน กำลังแก้ไขคะแนนสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อ "ช่วยให้ผู้สมัครที่จ่ายสินบน" สอบผ่าน
การตรวจสอบเบื้องต้นชี้ว่า อาจมีการจ่ายสินบนเพื่อให้มีการแก้ไขผลคะแนนสอบอย่างน้อย 3,000 รายการ จากการสอบทั่วประเทศเมื่อปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการสอบผ่านด้วยวิธีการแก้ไขคะแนนนั้นมีตั้งแต่ 10,500 ถึง 24,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (350,000-800,000 บาท) ในคลิปวิดีโอการเข้าจับกุมอีกจุดหนึ่ง ในจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเชื่อมโยงกับการบุกตรวจค้นครั้งแรก และเผยแพร่โดยตำรวจไทย ได้แสดงให้เห็นข้าราชการหญิงในชุดสีกากี ที่มีสีหน้าตื่นตระหนก กำลังอธิบายถึงสาเหตุที่เธอเข้ามาพัวพันกับการทุจริตครั้งนี้
เธอบอกว่า ถูกชักชวนจากเพื่อน พร้อมยอมรับว่า หน้าที่ของเธอคือการแก้ไขคำตอบข้อสอบด้วยคอมพิวเตอร์
รายงานระบุว่า หน่วยงานที่เธอสังกัดอยู่ คือ เทศบาลวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อแสดงจุดยืนว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ทางเทศบาล "ไม่มีความเกี่ยวข้อง ไม่เคยรับทราบข้อมูลมาก่อน และไม่มีส่วนร่วมใดๆ ทั้งสิ้น ในการกระทำอันเป็นการฉ้อโกงหรือขบวนการทุจริตดังกล่าว"