ส่วนกรณีที่ทางตำรวจได้มีการระบุว่า ยังไม่พบการกระทำความผิดอาญาอื่นของนายหมิงเฉิน ซัน นั้น นายสนธิญา กล่าวว่า ตนจะดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บอกว่านายหมิง ยังไม่ได้มีการกระทำความผิดทางอาญา เพราะเท่าที่เห็น ก็มีหลักฐานเรื่องอาวุธที่ถูกสะสมกองวางไว้ภายในบ้าน ซึ่งเป็นอาวุธสงครามที่ถูกนำเข้ามาภายในประเทศไทยเช่นนี้มีความผิดหรือไม่
และตนก็ไม่เชื่อด้วยว่านายหมิง จะนำระเบิด C4 มาติดกับเสื้อเกราะ หรือมาทำระเบิดติดกับเสื้อเกราะเพื่อไปใช้ยังประเทศกัมพูชา หากคิดแบบนั้นคงเป็นคนที่โง่มาก และหากย้อนไปเมื่อครั้งที่เจ้าหน้าที่ได้มีการทลายแก๊งสแกมเมอร์ อาคารบ้านเรือนจำนวนมากในพื้นที่เพื่อนบ้าน อาจเป็นเหตุทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้รับความเสียหาย และถือเป็นการแก้แค้นในเรื่องนี้หรือไม่ ตนเชื่อว่านายหมิง มีพฤติกรรมที่จะก่ออาชญากรรมในไทยมากกว่ากัมพูชา
ส่วนกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้สัมภาษณ์ว่า การสะสมอาวุธของนายหมิงเป็นเพียงความชื่นชอบส่วนตัว ยังไม่ใช่เรื่องของการจะก่อวินาศกรรมนั้น นายสนธิญา มองว่า มันเป็นสิทธิของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะแสดงความเห็น ซึ่งตนไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่หากมองดูแล้วมันก็เป็นเรื่องของการสะสมอาวุธเพื่อก่ออาชญากรรมในประเทศไทยและมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศหรือไม่
นอกจากนี้ นายสนธิญา ยังบอกด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้ตนเชื่อว่านายหมิงจะก่อวินาศกรรมภายในประเทศไทย เนื่องมาจากตนมีสายทหารที่อาวุโสที่เคยทำงานอยู่บริเวณชายแดน ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่เป็นใหญ่อยู่ในขณะนี้ เขาบอกว่ากรณีของนายหมิง อาจจะพัวพันไปถึงอินฟลูเอนเซอร์บางคนที่เคยทำงานอยู่ตรงชายแดน และอาจมีเงินบางส่วนเข้ามาหมุน หรืออำนวยความสะดวกให้กับจีนเทาเหล่านี้
“วันนี้ตนจึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยกระดับตรวจสอบที่อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงดาว เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในการออกบัตรประชาชนที่เป็นของผู้ป่วยติดเตียง บ้างเป็นของคนตาย เพราะนายหมิงฯ ก็ได้บัตรชมพูมาจากอำเภอเหล่านี้ เพราะเป็นจุดที่มีการซื้อขายบัตรประชาชนให้แก่จีนเทา จีนดำ บางคนมีบัตรประชาชนไทยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นบัตรที่ถูกจัดทำขึ้นโดยปลัดอำเภอ ให้แก๊งสแกมเมอร์ หรือคนร้ายข้ามชาติได้ถือใช้ ทั้งยังมีข้อมูลหลายส่วนไปพัวพันกับหลายภาคส่วนของไทยที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้ผู้ต้องหาจึงเพียงพอให้เขามีโอกาสได้สะสมคลังอาวุธในประเทศไทย ส่วนอินฟลูเอนเซอร์ เชื่อว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนักการเมืองแน่”
นายสนธิญา บอกอีกว่า หากขยายผลเชิงลึกจะพบว่ามีคนแบบนายหมิงเฉิน ซัน ที่อยู่ในประเทศไทยอีกประมาณ 5 ราย เชื่อว่าเป้าหมายของคนกลุ่มนี้คือความแค้นที่ประเทศไทยไปถล่มฐานสแกมเมอร์ที่ล้วนได้รับการสนับสนุนจากกัมพูชา และหากสำรวจสถานการณ์ในตอนนี้ก็จะพบว่าชายแดนไทยจะมีปัญหามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสแกมเมอร์ จีนเทา หรือแม้แต่ระดับผู้บริหารระดับสูงของกัมพูชา ที่เชื่อมโยงกับเรื่องเหล่านี้ ตนจึงขอฝากพี่น้องประชาชนคนไทยให้หมั่นช่วยกันสังเกตสอดส่องคนจีนแถวบ้าน หากมีลักษณะผิดปกติ