svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

สมาคมทนาย ชวน ลงประชามติเเก้ รธน.ล้มล้าง มรดก คสช. ที่มาของฮั้ว สว.

27 ม.ค. 2569

สมาคมทนายฯ ชวน ลงประชามติเเก้ รธน.ล้มล้าง มรดก คสช. ที่มาของฮั้ว สว. ชี้ฉบับใหม่ ส่งผลบ้านเมืองลดความขัดแย้ง คืนอำนาจอธิปไตยมายังประชาชน

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2569 นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเมื่อ 23 ม.ค. ที่ผ่านมาความว่า

 

ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้จัดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงประชามติ เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ในวันอาทิตย์ที่8 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น  

 

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอรณรงค์ให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความ        “เห็นชอบ” กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการทำเครื่องหมาย X ในช่อง “เห็นชอบ” ในบัตรออกเสียงประชามติ โดยมีเหตุผลสนับสนุน ดังนี้

1. รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีที่มาโดยไม่ชอบ เพราะถูกร่างขึ้นโดยองค์กรที่ คสช. ซึ่งยึดอำนาจการปกครองประเทศเป็นผู้แต่งตั้งขึ้น บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญถูกออกแบบมาเพื่อให้องค์กรที่มิได้ยึดโยงหรือมาจากประชาชนควบคุมการทำงานของฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทำให้การเมืองอ่อนแอ รัฐบาลขาดเสถียรภาพ  และฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่รัฐธรรมนูญกลับไม่มีบทบัญญัติให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยสามารถตรวจสอบหรือถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรดังกล่าวที่ใช้อำนาจโดยมิชอบได้  

 

2. บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้มาซึ่ง สว. ที่มีอำนาจควบคุมการทำงานของฝ่ายบริหาร ทั้งยังมีอำนาจให้ความเห็นชอบกับการดำรงตำแหน่งของบุคคลในองค์กรสำคัญต่างๆ อาทิเช่นป.ป.ช. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน อัยการสูงสุด และประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นต้น สว. ดังกล่าวมิได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนแต่มาจากการเลือกกันเองตามกติกาที่เปิดช่องให้มีการสมยอมแลกเปลี่ยนผลประโยชน์หรือที่เรียกว่าฮั้ว จนเกิดข้อครหาว่ามีกลุ่มการเมืองอยู่เบื้องหลังการฮั้วสว. ทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรสำคัญของบ้านเมืองทำงานอย่างไม่เป็นกลาง เพราะถูกครอบงำโดยกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม บ้านเมืองเกิดการแบ่งแยกเป็นฝักฝ่าย ประชาชนเกิดความขัดแย้งซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ 

3. รัฐธรรมนูญที่ถูกร่างขึ้นใหม่จะยังคงรูปแบบการปกครองประเทศในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และคงรูปแบบของรัฐที่เป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวที่แบ่งแยกมิได้ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 1 และ มาตรา 2 ทั้งนี้เป็นไปตาม มาตรา 255 ที่บัญญัติว่า “การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้” 

 

4. การออกเสียงประชามติให้ความ “เห็นชอบ” มิได้ทำให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันที การให้ความเห็นชอบเป็นเพียงการสร้างความชอบธรรมเปิดโอกาสให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่มีเนื้อหาสาระที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือไม่ดีไปกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประชาชนก็ยังคงไว้ซึ่งสิทธิที่จะออกเสียงประชามติ “ไม่เห็นชอบ” ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่ตกไป รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังคงบังคับใช้ต่อไปตามเดิม  แต่หากประชาชนออกเสียงประชามติ “ไม่เห็นชอบ” ในชั้นนี้ ก็จะปิดโอกาสในการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้

 

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอเรียนเพิ่มเติมว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำให้ที่มาของรัฐธรรมนูญมีความชอบธรรม ทั้งยังทำให้เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญมีความสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งฉบับ ส่วนการแก้ไขเป็นรายมาตราจะมีความยุ่งยากที่จะผ่านความเห็นชอบของ สว. ทั้งหมด รวมทั้งไม่สามารถทำให้เกิดความสมบูรณ์ทั้งฉบับ 

 

จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ออกเสียงประชามติให้ความ “เห็นชอบ” กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อันจักทำให้บ้านเมืองลดความขัดแย้ง รวมทั้งเป็นการคืนอำนาจอธิปไตยให้กลับมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง