“ชัดเจนแล้วว่า อปท. มีความสามารถและมีศักยภาพสูง มีความใกล้ชิดเข้าใจสภาพปัญหา บริบท และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ แต่ในเรื่องสังคมสูงวัยและการจัดบริการปฐมภูมิ อาจถือเป็นเรื่องใหญ่และใหม่ของหลายท้องถิ่น การสร้างกลไกสนับสนุนทางองค์ความรู้ ผ่านการจับมือทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษากับ อปท. จะยิ่งช่วยให้การรับมือกับสังคมสูงวัยเป็นไปอย่างมั่นคงและมั่นใจ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ TU Care & Ageing ที่มุ่งสนับสนุนองค์ความรู้ และเป็นกลไกสนับสนุนการทำงานทั้งระดับนโยบายและระดับท้องถิ่น” รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าว
รศ. ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า ในปี 2568-2571 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จะเป็นเจ้าภาพในการขยายความร่วมมือไปยัง อปท. 50 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อการรับมือ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. การดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อม 2. การให้บริการดูแลโภชนาการ 3. การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน 4. การจัดการเฝ้าระวังความเสี่ยงและภัยพิบัติ
ด้าน นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบึงยี่โถ กล่าวว่า จำนวนประชากรผู้สูงวัยในพื้นที่เทศบาลเมืองบึงยี่โถเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากต้นปี 2568 ที่มีไม่ถึง 6,000 คน ผ่านไปเพียง 4-5 เดือน พบว่าเพิ่มเป็น 6,400 คน คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ สัดส่วนผู้สูงอายุในพื้นที่จะเพิ่มเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด เทศบาลจึงต้องคิดหาทางออก โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบและจัดระบบบริการเพื่อรองรับสังคมสูงวัย มาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน จากเดิมที่เน้นโครงสร้างพื้นฐาน เปลี่ยนมาเป็นการให้ความสำคัญกับสวัสดิการรองรับสังคมสูงวัย
อย่างไรก็ดี การจัดบริการสุขภาพต่างๆ หากขาดองค์ความรู้และทฤษฎีทางวิชาการเข้ามารองรับ อาจทำให้ อปท. ดำเนินการอย่างกระจัดกระจาย โดยเฉพาะเทศบาลเมืองบึงยี่โถที่เป็นสังคมเมือง มีความซับซ้อนต้องมีการทำงานในเชิงลึกมากกว่าการดูข้อเท็จจริงผ่านเอกสาร ฉะนั้นการลงพื้นที่เก็บข้อมูลตามชุมชนโดยคณาจารย์ นักวิชาการ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงช่วยสนับสนุนให้เห็นข้อเท็จจริง นำมาสู่การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และออกแบบนวัตกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการผู้สูงอายุ
“แม้เรามีงบประมาณ มีคน มีสถานที่ แต่เรามีองค์ความรู้จำกัด จึงอาจทำงานได้ไม่ครอบคลุมทุกมิติเดียว การที่ธรรมศาสตร์เข้ามาช่วยกันคิด โดยเฉพาะเรื่องสังคมสูงวัยและการดูแลผู้สูงอายุที่ธรรมศาสตร์คือเพื่อนคู่คิดหลักของเราในการทำงาน ซึ่งจากความร่วมมือทำให้ผลประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นกับประชาชน” นายรังสรรค์ กล่าว
นายรังสรรค์ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการ SMART AND STRONG PROJECT เทศบาลเมืองบึงยี่โถ มีบทบาทหลักในการเป็นพื้นที่ต้นแบบให้กับ อปท. อื่นๆ สามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศึกษาดูงาน เพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ของตนเอง โดยมีธรรมศาสตร์เป็นผู้ขับเคลื่อนและเป็นตัวกลางในเชิงวิชาการ ให้ภาคีเครือข่ายได้มาถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งจากการหารือร่วมกันในเบื้องต้น ทั้งทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เทศบาลเมืองบึงยี่โถ JICA เห็นตรงกันว่า ในปี 2568-2571 อยากจะมุ่งเป้าความสำคัญไปยังผู้สูงวัยที่ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมให้มากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง และต้องการสนับสนุนทางสังคมเป็นอย่างยิ่ง
อนึ่งโครงการ TU Care & Ageing Society เป็นกลไกที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มุ่งหวังจะเป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุทั้งการให้บริการวิชาการ การให้บริการสังคม การฝึกอบรมพัฒนาทักษะต่างๆ และการสื่อสารสังคม โดยจะระดมทรัพยากรและใช้วิธีทำงานแบบข้ามสายงาน ตามค่านิยม ONE TU เพื่อให้เกิดศักยภาพสูงสุดในการทำงาน
สำหรับปี 2568 ซึ่งเป็นเฟสแรกจะทำงานร่วมกับ จ.ปทุมธานี โดยในระดับนโยบายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะจัดบริการวิชาการให้กับท้องถิ่นในภาพใหญ่ และโฟกัสอบจ.ปทุมธานี เพื่อแสวงหาความต้องการและ Pain Point การดูแลผู้สูงอายุระดับชุมชน จากนั้นจะตกผลึกเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับ อบจ.ปทุมธานี และเป็นโจทย์ให้ธรรมศาสตร์นำทรัพยากรเข้าไปสนับสนุนการแก้ไขปัญหาต่อไปส่วนในระดับพื้นที่ จะนำองค์ความรู้ คณาจารย์ และงานวิจัย เข้าไปสร้างคน สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุใน จ.ปทุมธานี ต่อไป
ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีการขยายพื้นที่การทำงานให้ครอบคลุมจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของศูนย์ต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างโมเดลการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งที่เป็นที่ตั้งของธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ จ.ชลบุรี ซึ่งที่เป็นที่ตั้งของศูนย์พัทยา และ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์ลำปาง