ดร.สุเมธ ระบุด้วยว่า ในปัจจุบันรถทัศนาจรในกลุ่มมาตรฐาน 1 ซึ่งเป็นประเภทเดียวกับรถคันที่เกิดเหตุ มีจำนวน 5,896 คัน และรถมาตรฐาน 4 หรือรถ 2 ชั้น มีจำนวน 4,972 คน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าในจำนวนทั้งหมดกว่า 1 หมื่นคันนี้มีจำนวนเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ผ่านมาตรฐานด้านการลุกไหม้ และอนุมานได้ว่า ส่วนที่เหลืออีก 95 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นรถจดทะเบียนก่อนประกาศดังกล่าวบังคับใช้ ยังไม่ถูกกำหนดให้มีมาตรฐานนี้ ขณะที่ในต่างประเทศเวลากำหนดมาตรฐานในเรื่องเหล่านี้จะให้มีผลบังคับใช้ย้อนหลังด้วยและต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี
“ถ้าดูเรื่องวัสดุทนไฟต่างๆ คาดว่ามีรถที่ไม่ผ่าน หรือไม่ได้มาตรฐานใหม่ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเป็นหมื่นคัน จำนวนนี้แสดงให้เห็นถึงขนาดของปัญหาที่วิ่งอยู่บนท้องถนนตอนนี้ เสมือนกับเป็นระเบิดเวลาที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุขึ้นอีกเมื่อไหร่ ดังนั้น กรมการขนส่งทางบกควรติดตามตรวจสอบรถในกลุ่มนี้ที่ยังวิ่งอยู่ในระบบ เช่น ด้านมาตรฐานทนไฟ การชนด้านหน้า สภาพรถเป็นอย่างไร ติดก๊าซหรือไม่ ฯลฯ โดยเร่งกำหนดมาตรการอย่างเข้มข้นในรถกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงก่อน ” ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่งฯ ทีดีอาร์ไอระบุ