ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับมาจากปตท.สผ.ระบุว่าอย่างน้อย ๆ กำลังผลิตสิ้นปี 2565 จะมีไม่ต่ำกว่า 500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปัจจุบันมีกำลังผลิตที่ 300 กว่าล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพราะปตท.สผ.สามารถเข้าพื้นที่ได้วันที่ 24 เม.ย. 2565 จึงต้องใช้เวลาในการเริ่งกำลังผลิต มองว่าปตท.สผ.ก็ทุ่มเทกำลังต่าง ๆ ทั้งการนำเรือขุดและเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามามากและทำเต็มความสามารถอยู่แล้ว
รายงานข่าวระบุว่า โจทย์ที่รัฐบาลต้องการมี 2 แนวทาง คือ 1. กกพ.พิจารณาแนวทางต่ออายุมาตรการดูแลผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ประเภทบ้านอยู่อาศัย และประเภทกิจการขยาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงสิ้นปี 2565 โดยผู้ใช้ไฟกลุ่มดังกล่าวที่จ่ายค่าไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าจากการลดค่าเอฟที ที่ 0.2338 บาทต่อหน่วย (จ่ายเท่าอัตราเดิมเดือนม.ค.-ส.ค. 2565) ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว รัฐบาลเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้ แต่ครั้งนี้รัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบประมาณมาให้ กกพ.จึงไม่สามารถดำเนินการให้ได้
2. หากไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีงบประมาณ อยากขอให้ กกพ.พิจารณาแนวทางสูตรคิดคำนวณค่าไฟใหม่ภายใต้เกณฑ์ใครใช้ไฟน้อยให้ค่าเอฟทีอัตราต่ำ ใครใช้ไฟมากให้จ่ายค่าไฟสูง แต่กกพ.ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะต้อใช้เวลาเพราะจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นกับผู้ที่มส่วนด้ส่วนเสีย และอาจจะต้องเสนอเข้าคณะกรรมการนโยบายพลังงานชาติ (กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน