ทั้งนี้ นายอรรถชัย ยังมีประวัติ ถูกดำเนินคดีในพื้นที่ จ.สระแก้ว ตั้งแต่ปี 2551 - 2565 อีกหลายข้อหา ทั้ง“เสพยาบ้า เมาแล้วขับ ฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโควิด-19 แพร่ระบาด รวมถึงการลักลอบนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร
ต่อมา ศปอส.ตร. (PCT) ชุด 5 พบพบพยานหลักฐานความเชื่อมโยง จึงรวบรวมพยาน หลักฐาน ให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ออกหมายจับไว้อีก 2 ราย คือ
น.ส.รุ่งฤดี อุดมดี อายุ 38 ปี ชาวบ้าน กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันเป็นซ่องโจร , ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”
และ นายพงษ์ธนา พิมพา อายุ 36 ปี ชาวอรัญประเทศ จ.สระเแก้ว หลังตกเป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันเป็นซ่องโจร , ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม และร่วมกันฟอกเงิน