...ประสบการณ์ตรง
เมื่อวานนี้ 30% ของคนไข้ที่นัดมาตรวจแจ้งว่า...เพิ่งติดเชื้อไป...ซีซั่นโอมิครอน Omicron นี้ไม่รอด
กว่าสามในสี่ของคนที่ติดเชื้อเป็นการติดยกครอบครัว
ส่วนใหญ่ติดจากลูกหลานที่ติดจากโรงเรียน หรือไม่ก็สามีหรือภรรยาติดจากที่ทำงาน โดยบางส่วนบอกว่าที่ทำงานติดกันยกออฟฟิศ
ทั้งนี้สังเกตพบว่า ราวหนึ่งในสี่ ใส่หน้ากาก ไม่ถูกต้อง มักหลวม และหลุดลงมาจากจมูก เลยแนะนำไปว่าให้เลือกหน้ากากที่เหมาะกับโครงหน้าของตัวเอง กดแผ่นโลหะที่ขอบบนให้แนบกับจมูก หากยังมีร่องข้างจมูกและข้างแก้ม ควรใส่หน้ากากผ้าทับไว้ด้านนอก เพื่อกดให้หน้ากากอนามัยด้านในแนบใบหน้ามากขึ้น
ล่าสุด บทความวิชาการโดย Chou R และคณะจากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยแพร่ในวารสารวิชาการแพทย์สากล Annals of Internal Medicine วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้ทำการทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใส่หน้ากากทั้งในสถานพยาบาล และในชุมชน ยืนยันชัดเจนว่า..
" การใส่หน้ากากอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแพร่เชื้อไปได้มาก ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากแบบ N95/KN95 หรือเทียบเท่าก็ตาม ล้วนลดความเสี่ยงไปได้กว่าครึ่ง "
...สถานการณ์ของไทยเรา การระบาดรุนแรงต่อเนื่อง ติดเชื้อมากขึ้นกว่าระลอกก่อนๆ มีการป่วยรุนแรงมากขึ้น และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น
หมอธีระ ย้ำว่า โอมิครอน BA.5 นั้นรุนแรง ทำให้ป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลมากกว่า BA.2 ถึง 2 เท่า (งานวิจัยในโปรตุเกส 2-3 เท่า, งานวิจัยในเดนมาร์ก 1.65 เท่า) การใส่หน้ากากอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ เป็นหัวใจสำคัญในการอยู่รอดในวิกฤตินี้
อ้างอิง : Chou R et al. Update Alert 8: Masks for Prevention of Respiratory Virus Infections, Including SARS-CoV-2, in Health Care and Community Settings. Ann Int Med. 26 July 2022.