สาระสำคัญ คือ
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเกย์ และไบเซ็กชวล (มีเพศสัมพันธ์กับทั้งเพศชายและเพศหญิง) มีถึง 41%
- ที่ติดเชื้อเอชไอวีอยู่ด้วย อายุเฉลี่ย (ค่ามัธยฐาน) 38 ปี (วัยทำงาน) 95%
- มีประวัติที่คาดว่าติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ 95%
- จะเกิดผื่นตามผิวหนังหลังจากติดเชื้อฝีดาษลิง โดยผื่นจะพบบริเวณทวารหนักหรืออวัยวะเพศราวสามในสี่ (73%)
อาการผิดปกติอื่นๆ ที่พบบ่อยก่อนเกิดผื่นคือ
- ไข้ (62%)
- ต่อมน้ำเหลืองโต (56%)
- อ่อนเพลีย (41%)
- ปวดกล้ามเนื้อ (31%)
- ปวดหัว (27%)
มีราวหนึ่งในสาม (29%) ที่พบว่าติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย เช่น หนองใน ซิฟิลิส เริม
ระยะเวลาฟักตัว "ฝีดาษลิง" (ตั้งแต่เริ่มติดเชื้อจนถึงเริ่มเกิดอาการป่วย) เฉลี่ย 7 วัน โดยเป็นได้ตั้งแต่ 3-20 วัน
ที่สำคัญคือ จากการตรวจน้ำอสุจิ 32 คน สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสฝีดาษลิงได้ถึง 29 คน สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสในลำคอ และจมูก ได้ถึงหนึ่งในสี่ (26%) และยังตรวจพบในเลือดและปัสสาวะได้ในบางคน
"ฝีดาษลิง" ได้รับการประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยองค์การอนามัยโลก ประชาชนจึงจำเป็นต้องมีความรู้ ติดตามสถานการณ์ เพื่อให้รู้เท่าทัน และป้องกันตัวให้ห่างไกลจาก "ฝีดาษลิง" ระมัดระวังการสัมผัสคลุกคลีใกล้ชิดกับคนแปลกหน้า หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานด้านบริการ ดูแลรักษา รวมถึงแหล่งบันเทิงท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางเพศ
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเดินทางระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยวเสรี โอกาสมีการติดเชื้อแฝงในชุมชน และแพร่ระบาดย่อมมีสูง
ขอขอบคุณที่มา เพจ : เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat