โดยผู้ที่จะได้รับยาต้านไวรัสคือ ผู้ติดเชื้อที่แสดงอาการปานกลางขึ้นไป หรือมีเอกซเรย์พบปอดอักเสบ
แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น กลุ่ม 608 แม้มีอาการน้อย แต่ถ้ามีความจำเป็น ก็สามารถรับยาต้านไวรัสได้
การที่สามารถไปรับยาได้จากคลินิก เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะทำให้ลดความแออัดคับคั่งของการเข้ารับการตรวจรักษาเพื่อรับยาต้านไวรัสดังกล่าวในโรงพยาบาล
ส่วนเรื่องราคายา Molnupiravir ที่แตกต่างกันระหว่างของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ก็เนื่องมาจากนโยบายของบริษัทฯ ที่ผลิตยา
กำหนดให้ประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางขั้นต่ำ ไม่ต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรยา ราคาจึงถูกกว่าประเทศรายได้ปานกลางขั้นสูง (ซึ่งรวมประเทศไทย) และประเทศรายได้ขั้นสูง ซึ่งจะมีราคายาสูงกว่าหลายเท่าตัว
ในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อยู่ในกลุ่มต้องซื้อยาแพงด้วยกัน
ส่วนกัมพูชา ลาว เวียดนาม อยู่ในกลุ่มที่ยามีราคาถูก เช่นเดียวกับอินเดีย และประเทศในทวีปแอฟริกา
ขอขอบคุณที่มา blockdit : ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย
โดยประเด็นนี้ สอดรับกับเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ทางด้าน ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า อภ.ได้ดำเนินการจัดหายาต้านโควิด-19 โมลนูพิราเวียร์ ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน ตามความต้องการของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (PHEOC) เพื่อใช้รักษาโรคโควิด-19 สำหรับการจัดหา “ยาโมนูลพิราเวียร์” (Molnupiravir) จำนวน 5 ล้านแคปซูลนั้น อภ. ได้ส่งมอบแล้วจำนวน 2 ล้านแคปซูล เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 อีกจำนวน 3 ล้านแคปซูล คาดว่าสามารถส่งมอบได้ไม่เกินปลายเดือนกรกฎาคม 2565 ขณะนี้ดำเนินการจัดหาเพิ่มเติมอีกจำนวน 5 ล้านแคปซูล
“สำหรับการจัดหายา โมลนูพิราเวียร์ อภ.ได้จัดตั้งคณะทำงานพิจารณาการนำเข้ายา โมลนูพิราเวียร์ Molnupiravir 200 mg Capsules เพื่อนำข้อมูลเชิงคุณภาพ มาใช้ในการคัดเลือกแหล่งที่มีคุณภาพจากประเทศอินเดีย หรือประเทศอื่น โดยค่ายาต่อ คอร์สการรักษาไม่เกิน 1,000 บาท (40 เม็ด) ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น” ภญ.ศิริกุล กล่าว
นอกจากนี้ ทาง อภ.ได้ดำเนินการจัดส่ง “ยาฟาวิพิราเวียร์” (Favipiravir) ตั้งแต่วันที่ 1 -20 กรกฎาคม 2565 แล้วจำนวนประมาณ 10 ล้านเม็ด และดำเนินการทยอยส่งมอบอย่างต่อเนื่องทุกวัน ขณะนี้อภ.เร่งกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดหาเพิ่มเพื่อสำรองไว้กรณีที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข (PHEOC) แจ้งความต้องการเพิ่มเติม
อภ.จะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ความต้องการใช้อย่างใกล้ชิด ตามความต้องการของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) โดยอภ.เป็นผู้ดำเนินการจัดส่ง กระจายให้กับหน่วยบริการแม่ข่ายในแต่ละพื้นที่ ทุกวันไม่มีวันหยุด