ขณะที่ นายประเสริฐ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีประเด็นสำคัญที่ต้องการสื่อสารถึงประชาชน ต่อการอภิปราย ครั้งนี้ ได้แก่ 1.พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เป็นอย่างยิ่ง เพราะส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน จึงจะชี้ให้เห็นถึงเครือข่ายประยุทธ์ที่เอื้อประโยชน์และทุจริตคอรัปชั่น โดยไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะช่วงปลายสมัย พรรคร่วมรัฐบาลต่างกอบโกยผลประโยชน์ไม่สนใจประชาชน หวังเป็นทุนสะสมสำหรับการเลือกตั้งต่อไป
2.พรรคเพื่อไทยมั่นใจในหลักฐานที่จะนำไปสู่ผู้ประพฤติทุจริตและเกี่ยวข้อง หลังอภิปรายเสร็จจะยื่นหลักฐานกับ ป.ป.ช. ไม่ละเว้นแม้แต่คนเดียว จึงขอเชิญประชาชนร่วมติดตามการอภิปรายครั้งนี้ และขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน
3.พรรคเพื่อไทยจะขอเชิญชวนประชาชนร่วมการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้ายของรัฐบาล ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมทาง Line OA @pheuthai หรือ สแกนคิวอาร์โค้ดจากภาพ โดยมีทั้งเมนูการลงมติ เมนูเสียงประชาชน เมนูร่วมคิดนโยบายกับเพื่อไทย
ด้าน นายสุทิน กล่าวด้วยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ (19ก.ค.) พรรคฝ่ายค้านจะจัดเต็มทั้ง 4 วัน แบ่งอภิปรายรัฐมนตรีเป็นกลุ่มๆ วันแรกของการอภิปรายนั้น จะเป็นกลุ่มของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เปิดฉากเริ่มที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ตามด้วย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม จากนั้นจะกระโดดไปที่ รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ คือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และสลับไปที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ จบที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ส่วนวันที่ 2 เริ่มจาก นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ต่อด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก่อนจะเข้าสู่การอภิปรายชุดพี่น้อง 3ป. ที่จะให้เห็นถึงวีรกรรม เอื้อประโยชน์ ให้พวกพ้อง และคาดว่าเริ่มอภิปรายตัวพล.อ.ประยุทธ์ ได้ในช่วงค่ำของวันที่ 2 โดยฝ่ายค้านจะจัดหนักถึง 30 ชม. พร้อมย้ำว่า "ยุทธการเด็ดหัว สอยนั่งร้าน" ครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนได้เห็นความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน สงท้ายก่อนที่จะหมดวาระของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์
สำหรับกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจตลอด 4 วัน รัฐบาลจะได้เวลา 18 ชม. ซึ่งรวมประธานและ ครม.แล้ว ส่วนฝ่ายค้านได้เวลาเต็มที่ 45 ชม. ซึ่งเวลาทั้งหมดนี้พรรคร่วมรัฐบาล ได้จัดสรรให้กับฝ่ายค้านแล้วตามความเหมาะสม จะไม่มีการมาต่อรองหรือขอเวลาเพิ่ม ซึ่งพรรคเพื่อไทย จะมีผู้อภิปราย 27 คน ก้าวไกล 14 คน ประชาชาติ 3 คน เสรีรวมไทย 2 คน เพื่อชาติ 2 คน พลังปวงชนไทย 1 คน และฝ่ายค้านอิสระของนายมงคลกิตติ์ 1 คน
ส่วนประเด็นที่หลายคนจับตาว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ที่เพิ่งประกาศตัวมาทำงานกับฝ่ายค้าน จะได้ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น ซึ่งในการหารือขั้นต้น ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่ปิดทางและยังไม่ได้เเจ้งความจำนงค์มา เนื้อหาที่พูดคุยกันมีแต่สอบถามและประสานเรื่องความพร้อมไปจนถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน
"ถ้าร.อ.ธรรมนัส เปลี่ยนใจ เเละฝ่ายค้านเห็นว่าทั้ง 2 มีเป้าหมายตรงกัน อาจจะแบ่งเวลาให้ได้อภิปราย แต่จนถึงตอนนั้น ยังไม่มีการเเจ้งเข้ามา หากร.อ.ธรรมนัส ประสานเข้ามาในช่วงระหว่างการอภิปรายในสภานั้น ผมเกรงว่าฝ่ายค้านอาจจะไม่สามารถจัดเวลาให้ได้ เพราะทุกอย่างลงตัวอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการลงมติจะเป็นไปในทางเดียวกันกับฝ่ายค้านหรือไม่นั้นยังไม่ได้คุยกัน" นายสุทิน กล่าว
ขณะที่ นายเเพทย์ชลน่าน กล่าวย้ำว่า การที่ ร.อ.ธรรมนัส ประกาศจะมาทำงานกับฝ่ายค้าน ไม่ได้หมายความว่าแนวทางและความคิดทุกอย่างจะต้องไปในทิศทางเดียวกัน ฝ่ายค้านมีหลายลักษณะ อย่างเช่น พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่เป็นฝ่ายค้านอิสระ มาร่วมอุดมการณ์ในบางอีเว้นท์ เมื่อเห็นในสิ่งที่ตรงกัน