หากนายมงคลกิตติ์ เห็นว่าสิ่งที่ตนเองกระทำต่อนายศักดิ์สยามในเรื่องคลัสเตอร์ทองหล่อไม่เป็นความผิดและเป็นการวิจารณ์การทำงานของรัฐมนตรีตามที่ตัวเองกล่าวอ้าง ก็ควรมารายงานตัวต่อพนักงานอัยการเพื่อต่อสู้คดีตามกฎหมาย ไม่ใช่อ้างเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะที่ตัวเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ และการสัมภาษณ์ใดๆ ก็ควรให้สัมภาษณ์ในเรื่องที่เป็นความจริง
เนื่องจากในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1036/2564 ผู้เสียหายหรือโจทก์สามารถอุทธรณ์และฎีกาได้ตามกฎหมาย อีกทั้งมีการระบุพยานในสำนวนคดีดังกล่าว ก็เป็นการไต่สวนในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง พยานที่ระบุก็ไม่มีการเรียกมาให้การ เป็นเรื่องของกระบวนการในชั้นพิจารณา หากคดีมีมูลไม่ใช่กรณีที่โจทก์เรียกนายศักดิ์สยาม มาเบิกความที่ศาลแล้ว นายศักดิ์สยาม ไม่มาศาลตามที่นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์
การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นคนของประชาชนที่ได้รับการเลือกตั้งมา ควรจะแถลงหรือให้ข่าวในสิ่งที่เป็นความจริง ไม่ใช่แถลงข่าวบิดเบือนและต้องการให้ตนเองเป็นข่าว หากแน่จริง ก็มามอบตัวสู้คดีที่ จ.บุรีรัมย์ และตนในฐานะทนายความ ยินดีต้อนรับจะได้ต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่คดียังไม่เสร็จแล้วมาให้สัมภาษณ์ว่า จะฟ้องคนโน้นคนนี้เรียก 100 ล้านบาท ฝากถึงนายมงคลกิตติ์ ว่า ในฐานะทนายความ และเป็นคนบุรีรัมย์ พร้อมเสมอสำหรับคดีที่นายศักดิ์สยาม แจ้งความในกรณีคลัสเตอร์ทองหล่อ และภาพที่นำมาเผยแพร่ และควรนำทนายความเก่งๆ มาสักหลายๆ คนสำหรับคดีที่บุรีรัมย์