นายนิธิพันธ์ เล่าว่า บ้านและที่ดินตรงนี้ เป็นที่มรดกของครอบครัวที่เคยอยู่อาศัย หลายปีก่อนครอบครัวเคยประกอบธุรกิจร้านอาหาร แต่ต้องหยุดไปหลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี2540พ่อ แม่ และสมาชิกในครอบครัวจึงย้ายไปอยู่ที่ กทม.โดยปล่อยบ้านไว้แบบไม่มีใครอยู่อาศัย ส่วนตนเองหลังเรียนจบก็ไปทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนที่ จ.ระยอง อยู่หลายปีจนรู้สึกอิ่มตัว จึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ แต่พออยู่มาได้สักพักก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ขอนแก่น เมื่อปลายปี2564ตนเองจึงต้องย้ายไปทำงานกับพ่อและแม่กทม.หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง ตนเองจึงกลับมาบ้านที่ขอนแก่นอีกครั้ง โดยยึดอาชีพดริปกาแฟขายในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ ซึ่งตั้งใจว่า จะค่อยๆ หาเงินมาปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้ดีขึ้น แต่หลังจากไปขายกาแฟได้2วัน ตนเองก็ถูกโจรขึ้นบ้านในช่วงกลางวัน ที่ตนออกไปขายกาแฟ ครั้งแรกในวันที่ 17 มี.ค.65คนร้ายได้โน๊ตบุ๊ค1 เครื่องไอแพต1เครื่องแท็บเล็ต1 เครื่อง,ครั้งที่2วันที่ 27 มี.ค. 65คนร้ายเข้ามางัดตัวบ้านรอบนอก ได้จอบ เสียม และอุปกรณ์ต่างๆ ไป,ครั้งที่3วันที่4 เม.ย.65กล้องวงจรปิดที่ตนเองซื้อมาติดไว้ในบ้าน หลังถูกคนร้ายเข้ามาบ้าน2ครั้งก่อน สามารถจับภาพคนร้ายงัดบ้าน แต่ยังไม่ได้เข้าในตัวบ้าน ตนเองจึงแจ้งความ,ครั้งที่ 4 วันที่ 28 มิ.ย.65โดนตัดสายไฟฟ้าที่เป็นสายเมนหลักเดินไฟฟ้าเข้าในตัวบ้าน ทำให้ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้,ครั้งที่ 5 วันที่ 29มิ.ย.65คนร้ายได้ขึ้นบ้านแล้วขโมยของในบ้านโดยมีของหายคือ กล้องวงจรปิด ลำโพงหูฟัง ถังแก๊ส และครั้งที่6ที่คนร้ายเข้างัดบ้านเพื่อหาสิ่งของมีค่า แม้กระทั้งไม้ช็อตยุงและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังถูกขโมยไป กระทั้งครั้งนี้ที่พาผู้สื่อข่าวมาดู ก็ยังพบว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยของที่บ้านอีก
นายนิธิพันธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองรู้สึกปลงกับชีวิตและรู้สึกหมดศรัทธากับตำรวจในท้องที่ เพราะนับตั้งแต่เกิดเหตุครั้งแรก ที่ตนเองไปแจ้งความคดีก็ยังไม่คืบหน้า ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปก็ยังไม่ได้คืนแม้แต่ชิ้นเดียว ที่สำคัญคือ ไม่เคยได้รับการตอบกลับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่บ้านตนเองอยู่ห่างจาก สภ.ย่อยเมืองเก่าประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น และเหตุการณ์ก็เกิดในช่วงกลางวันทั้งหมด มีครั้งหนึ่งที่ตนเองและเพื่อน มาประสบเหตุในช่วงที่คนร้ายเข้ามาขโมยของในบ้าน จึงช่วยกันล็อคตัวคนร้ายไว้ ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาควบคุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดี แต่กว่าที่จะมาก็เกือบ20นาที ซึ่งหากตอนนั้นคนร้ายมีอาวุธต่อสู้ ตนเองกับเพื่อนก็คงได้รับอันตรายไปแล้ว และเมื่อคุมตัวคนร้ายไป สภ.ย่อยเมืองเก่า หลังสอบสวนเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังปล่อยให้คนร้ายเดินมาหาตนเอง เพื่อให้คนร้ายมาเจรจาว่า ให้ตนเองถอนแจ้งความและไม่เอาเรื่องได้หรือไม่ ทำให้ตนเองรู้สึกตกใจมากว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำแบบนี้ได้อย่างไร ทำให้ตนเองรู้สึกหมดศรัทธากับตำรวจท้องที่มากๆ เพราะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย ตนเองจึงตัดสินใจเขียนเล่าเรื่องและร้องเรียนไปยังเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง เพื่อหวังว่าจะมีหน่วยงานใด หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับบัญคับบัญชาจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่พอเพจเฟซบุ๊คโพสต์เรื่องราวนี้ออกไป ก็มีคนเข้ามาตำหนิว่า ทำไมตนเองไม่ดูแลบ้านให้ดี ปล่อยให้บ้านร้าง ทำไมไม่หาวิธีป้องกัน ตนเองก็อยากจะบอกว่า บ้านหลังนี้เป็นมรดกของครอบครัว ไม่มีใครที่อยากให้บ้านทรุดโทรม แต่ด้วยเงื่อนไขของชีวิตที่ไม่ได้ร่ำรวย ตนเองก็ตั้งใจว่าจะค่อยๆ ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านไปทีละนิด แต่เมื่อทำไปก็มาถูกโจรมางัดแงะและขโมยไปตนเองก็ท้อใจ และหากใครที่มองว่า สภาพบ้านของตนเองมันเอื้อต่อโจรให้เข้ามาขโมยของ มันก็ไม่ต่างกับการที่คนบางกลุ่มมองว่า เพราะนักศึกษาผู้หญิงแต่งตัวโป๊ จึงถูกข่มขืน แต่กลับไม่โทษคนที่ข่มขืน ตนเองมองว่าวิธีคิดแบบนี้ใช้ไม่ได้ เช่นเดียวกันกับบ้านของตนเอง ต่อให้บ้านจะทรุดโทรมแค่ไหน มันก็คือบ้านของตนเอง ที่ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์รุกล้ำหรือเข้ามาขโมยของ เราควรจะไปเข้มงวดกับการจับโจรและกระตุ้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมมากกว่า การมาตำหนิเจ้าของบ้านหรือไม่
ภาพ/ข่าว: กฤศเมธ โลโห สำนักข่าวเนชั่น จ.ขอนแก่น