“ส่วนหนึ่งครอบครัวรู้สึกเห็นใจโรงเรียน จึงตกลงกันว่า จะมอบเงิน 20,000 บาท คืนให้โรงเรียนไว้ไปซื้อกล้องวงจรปิด เมื่อถึงวันที่ 20 มิ.ย.ได้นัดกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ทางครอบครัวได้เตรียมเงินจำนวน 20,000 บาท ใส่ซองไว้เตรียมมอบให้ ผอ.เรียบร้อย แต่เมื่อไปถึงที่นัดหมาย ผอ.และคณะกรรมการสถานศึกษา พร้อมครูประจำชั้นมากันพร้อมหน้า สุดท้าย ผอ.เป็นคนเอ่ยปากเองว่าไม่มีเงินแม้บาทเดียว ถ้าอยากได้ก็ต้องไปฟ้องเอา”นางสาวกรรณิการ์ กล่าว
น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังของการบริหารของโรงเรียน สิ่งที่ยังคาใจคือ เด็กแขนหัก มองด้วยตาเปล่าเห็นชัดเจน ทำไมครูไม่รู้ไม่เห็น อีกทั้งไม่พาเด็กไปหาหมอ ไม่แจ้งผู้ปกครองทราบ ปล่อยเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมง จนหมอที่โรงพยาบาลทักตอนไปรักษาว่าทำไมปล่อยไว้นานเพราะอันตรายแขนอาจจะได้รับผลกระทบหลังรักษาหายแล้ว ตอนนี้ครอบครัวได้ร้องไปยังศูนย์ดำรงธรรม และแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ที่ สภ.หนองกี่ไว้แล้ว แต่เรื่องยังเงียบอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวอยากจะให้เป็นกรณีศึกษา ว่าครูผู้สอนควรจะใส่ใจกับเด็กนักเรียนอย่างไร ผู้บริหารควรจะมีมาตรการอย่างไรสำหรับครูที่ไม่สนใจเด็กนักเรียน
ข่าว/ภาพ เรืองรุจ วังแจ่ม สำนักข่าวเนชั่น จ.บุรีรัมย์